ทำเว็บไซต์ WordPress ราคาเท่าไหร่? สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับธุรกิจในไทย

WordPress เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย เนื่องจากใช้งานง่าย มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการทำ SEO และสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้ตามความต้องการของธุรกิจแทบทุกรูปแบบ
ไม่ว่าคุณต้องการสร้างเว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์แนะนำบริการ บล็อกส่วนตัว เว็บไซต์ Portfolio หรือร้านค้าออนไลน์ WordPress ก็สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักสงสัยคือ
“ทำเว็บไซต์ WordPress ต้องใช้งบเท่าไหร่?”
คำตอบคือ ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress ไม่มีราคาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบเว็บไซต์ ฟังก์ชันที่ต้องการ การออกแบบ ระบบหลังบ้าน และระดับการดูแลหลังจากเปิดใช้งาน
บทความนี้ KNmasters จะพาคุณเจาะลึกค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress ในประเทศไทย ตั้งแต่การทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองแบบประหยัด ไปจนถึงการจ้างมืออาชีพหรือเอเจนซี่ พร้อมแนวทางวางงบประมาณให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณ
หัวข้อ
WordPress คืออะไร และทำไมธุรกิจจึงนิยมใช้?
WordPress คือระบบจัดการเนื้อหา หรือ Content Management System: CMS ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและบริหารเว็บไซต์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมทั้งหมดด้วยตัวเอง
ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มหน้าเว็บไซต์ เขียนบทความ อัปโหลดรูปภาพ จัดการสินค้า หรือปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ผ่านระบบหลังบ้านได้อย่างสะดวก
เหตุผลที่ธุรกิจจำนวนมากเลือกใช้ WordPress ได้แก่
- ใช้งานและบริหารเนื้อหาได้ง่าย
- มีธีมและปลั๊กอินให้เลือกจำนวนมาก
- ปรับแต่งเว็บไซต์ได้ตามรูปแบบธุรกิจ
- รองรับเว็บไซต์ขนาดเล็กจนถึงเว็บไซต์ขนาดใหญ่
- รองรับการทำ SEO
- เชื่อมต่อระบบร้านค้าออนไลน์ได้
- มีนักพัฒนาและผู้ให้บริการรองรับจำนวนมาก
- สามารถขยายฟังก์ชันเพิ่มเติมในอนาคตได้
แม้ตัวระบบ WordPress จะเปิดให้ใช้งานได้ฟรี แต่การสร้างเว็บไซต์ที่พร้อมใช้งานจริงยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น เช่น โดเมน โฮสติ้ง ธีม ปลั๊กอิน การออกแบบ และการดูแลเว็บไซต์
ทำเว็บไซต์ WordPress ราคาเท่าไหร่?
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress ในประเทศไทยอาจเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2,000 บาท สำหรับเว็บไซต์ที่สร้างด้วยตัวเองโดยใช้ธีมและปลั๊กอินฟรี ไปจนถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาทสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจที่ออกแบบและพัฒนาระบบเฉพาะ
งบประมาณโดยประมาณสามารถแบ่งได้ดังนี้
| รูปแบบการทำเว็บไซต์ | งบประมาณโดยประมาณ |
|---|---|
| ทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองแบบประหยัด | 2,000–5,000 บาท |
| ทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองแบบมีงบ | 5,000–15,000 บาท |
| จ้างฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ | 8,000–30,000 บาท |
| จ้างมืออาชีพหรือเอเจนซี่ | 20,000–50,000 บาทขึ้นไป |
| เว็บไซต์ E-commerce หรือระบบเฉพาะ | 30,000–100,000 บาทขึ้นไป |
หมายเหตุ: ราคาจริงจะขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า การออกแบบ ฟังก์ชัน ระบบเชื่อมต่อ และรายละเอียดของแต่ละโครงการ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress
ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress แตกต่างกันตามความต้องการและความซับซ้อนของเว็บไซต์ โดยมีปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้
1. รูปแบบของเว็บไซต์
รูปแบบเว็บไซต์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ใช้กำหนดงบประมาณ เพราะเว็บไซต์แต่ละประเภทต้องใช้จำนวนหน้า ฟังก์ชัน และระบบหลังบ้านที่แตกต่างกัน
เว็บไซต์ส่วนตัว บล็อก หรือ Portfolio
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำเสนอผลงาน ประวัติส่วนตัว บทความ หรือข้อมูลทั่วไป เว็บไซต์ประเภทนี้มักมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน เช่น
- หน้าแรก
- หน้าเกี่ยวกับฉัน
- หน้าผลงาน
- หน้าบทความ
- หน้าติดต่อ
เว็บไซต์ลักษณะนี้สามารถใช้ธีมสำเร็จรูปและปลั๊กอินฟรีได้ จึงเป็นรูปแบบที่ใช้งบประมาณค่อนข้างน้อย
เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจบริการ
เว็บไซต์บริษัทมักต้องมีเนื้อหาที่สร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้ลูกค้าเข้าใจบริการ เช่น
- หน้าแนะนำบริษัท
- หน้าสินค้าหรือบริการ
- หน้าผลงาน
- หน้ารีวิวจากลูกค้า
- หน้าบทความ
- แบบฟอร์มติดต่อ
- แผนที่หรือข้อมูลสาขา
ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าเว็บไซต์ส่วนตัว เนื่องจากต้องให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ โครงสร้างเนื้อหา ประสบการณ์ใช้งาน และการรองรับ SEO
เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์
เว็บไซต์ E-commerce ต้องมีระบบที่ซับซ้อนขึ้น เช่น
- ระบบแสดงสินค้า
- ตะกร้าสินค้า
- ระบบสั่งซื้อ
- ระบบชำระเงิน
- การคำนวณค่าจัดส่ง
- การจัดการสต๊อก
- คูปองส่วนลด
- ระบบสมาชิก
- การแจ้งเตือนคำสั่งซื้อ
เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์จึงมักมีต้นทุนด้านการพัฒนา การทดสอบ และการดูแลระบบสูงกว่าเว็บไซต์ทั่วไป
เว็บไซต์องค์กร เว็บไซต์ข่าว หรือเว็บไซต์สมาชิก
เว็บไซต์ประเภทนี้อาจมีผู้ใช้งานหลายระดับ มีข้อมูลจำนวนมาก หรือมีระบบจัดการเนื้อหาที่ซับซ้อน เช่น
- ระบบสมาชิก
- ระบบสมัครและเข้าสู่ระบบ
- ระบบค้นหาขั้นสูง
- การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน
- ฐานข้อมูลขนาดใหญ่
- ระบบส่งบทความ
- ระบบเชื่อมต่อกับโปรแกรมภายนอก
ยิ่งเว็บไซต์มีฟังก์ชันมาก ใช้ข้อมูลมาก หรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของระบบ
2. ค่าโดเมนเนม
โดเมนเนมคือชื่อหรือที่อยู่ของเว็บไซต์ เช่น
www.knmasters.co.th
โดเมนช่วยให้ลูกค้าจดจำและเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับนามสกุลโดเมนและผู้ให้บริการจดทะเบียน
นามสกุลที่ธุรกิจนิยมใช้ ได้แก่
- .com
- .net
- .org
- .co.th
- .in.th
ค่าโดเมนโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 350–1,200 บาทต่อปี
โดเมนบางชื่ออาจมีราคาสูงกว่าปกติ หากเป็นชื่อยอดนิยม โดเมนพรีเมียม หรือมีเจ้าของเดิมจดทะเบียนไว้แล้ว
หลักการเลือกโดเมนสำหรับธุรกิจ
ควรเลือกชื่อโดเมนที่
- สั้นและจดจำง่าย
- สะกดไม่ซับซ้อน
- สอดคล้องกับชื่อแบรนด์
- หลีกเลี่ยงตัวเลขหรือเครื่องหมายที่ไม่จำเป็น
- รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
- ไม่ใกล้เคียงกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น
นอกจากนี้ ควรตั้งค่าการต่ออายุอัตโนมัติหรือบันทึกวันหมดอายุไว้ เพื่อป้องกันโดเมนหลุดและถูกบุคคลอื่นจดทะเบียนต่อ
3. ค่าเว็บโฮสติ้ง
เว็บโฮสติ้งคือพื้นที่สำหรับจัดเก็บไฟล์ รูปภาพ ฐานข้อมูล และข้อมูลทั้งหมดของเว็บไซต์ คุณภาพของโฮสติ้งส่งผลโดยตรงต่อความเร็ว ความเสถียร และความปลอดภัยของเว็บไซต์
ค่าเว็บโฮสติ้งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,000–6,000 บาทต่อปี แต่อาจสูงกว่านี้สำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่หรือเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก
Shared Hosting
Shared Hosting คือการใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ร่วมกับเว็บไซต์อื่น มีราคาค่อนข้างประหยัดและตั้งค่าไม่ซับซ้อน
เหมาะสำหรับ
- เว็บไซต์ส่วนตัว
- บล็อก
- เว็บไซต์บริษัทขนาดเล็ก
- เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมยังไม่มาก
ข้อควรพิจารณาคือ ประสิทธิภาพอาจลดลงหากเว็บไซต์อื่นในเซิร์ฟเวอร์เดียวกันใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
Cloud Hosting
Cloud Hosting ใช้ทรัพยากรจากระบบคลาวด์ ทำให้รองรับการขยายตัวได้ดีกว่าและมีความเสถียรสูงขึ้น
เหมาะสำหรับ
- เว็บไซต์ธุรกิจ
- เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น
- เว็บไซต์ E-commerce
- เว็บไซต์ที่ต้องการประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น
Managed WordPress Hosting
Managed WordPress Hosting เป็นบริการโฮสติ้งที่ออกแบบมาเพื่อเว็บไซต์ WordPress โดยเฉพาะ ผู้ให้บริการอาจช่วยดูแลเรื่อง
- การอัปเดตระบบ
- การสำรองข้อมูล
- การรักษาความปลอดภัย
- การปรับความเร็ว
- การตรวจสอบสถานะเว็บไซต์
- การช่วยเหลือด้านเทคนิค
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความสะดวกและลดภาระในการดูแลระบบด้วยตัวเอง
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกโฮสติ้ง
ไม่ควรเลือกโฮสติ้งจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี้
- ความเร็วของเซิร์ฟเวอร์
- พื้นที่จัดเก็บข้อมูล
- ปริมาณการรับส่งข้อมูล
- ระบบสำรองข้อมูล
- ใบรับรอง SSL
- ระบบป้องกันมัลแวร์
- การรองรับ PHP และฐานข้อมูล
- คุณภาพของฝ่ายบริการลูกค้า
- ตำแหน่งที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์
- ความสามารถในการอัปเกรดแพ็กเกจ
4. ค่าธีม WordPress
ธีมคือส่วนที่กำหนดหน้าตา โครงสร้าง และรูปแบบการแสดงผลของเว็บไซต์ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ได้ทั้งธีมฟรีและธีมพรีเมียม
ธีมฟรี
ธีมฟรีสามารถดาวน์โหลดได้จากคลังธีมของ WordPress เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือเว็บไซต์ที่ไม่มีความต้องการซับซ้อน
ข้อดีของธีมฟรี ได้แก่
- ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ติดตั้งง่าย
- มีหลายรูปแบบให้เลือก
- เหมาะสำหรับทดลองใช้งาน
อย่างไรก็ตาม ธีมฟรีบางตัวอาจมีข้อจำกัดเรื่องการปรับแต่ง ฟังก์ชัน การอัปเดต หรือการช่วยเหลือจากผู้พัฒนา
ธีมพรีเมียม
ธีมพรีเมียมมักมีตัวเลือกการปรับแต่งมากกว่า มีเทมเพลตสำเร็จรูป และมีทีมสนับสนุนจากผู้พัฒนา
ตัวอย่างธีมหรือเครื่องมือที่ได้รับความนิยม เช่น
- Astra
- GeneratePress
- Kadence
- Divi
- Elementor Pro
- ธีมจาก ThemeForest
ราคาธีมพรีเมียมโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อครั้งหรือต่อปี ขึ้นอยู่กับรูปแบบใบอนุญาต
บางธีมคิดค่าบริการรายปี ขณะที่บางธีมมีแพ็กเกจแบบชำระครั้งเดียว ควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนซื้อเสมอ
5. ค่าปลั๊กอิน WordPress
ปลั๊กอินคือส่วนเสริมที่เพิ่มฟังก์ชันให้เว็บไซต์ โดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมด
ตัวอย่างปลั๊กอินที่นิยมใช้ ได้แก่
ปลั๊กอิน SEO
ช่วยจัดการ Title, Meta Description, Sitemap และข้อมูลด้าน SEO เช่น
- Yoast SEO
- Rank Math
- All in One SEO
ปลั๊กอินร้านค้าออนไลน์
WooCommerce เป็นปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมสำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์บน WordPress
ตัว WooCommerce พื้นฐานสามารถใช้งานได้ฟรี แต่ส่วนเสริมบางประเภทอาจมีค่าใช้จ่าย เช่น
- ระบบชำระเงิน
- ระบบสมาชิก
- ระบบจอง
- ระบบจัดส่งขั้นสูง
- การออกใบกำกับภาษี
- การเชื่อมต่อโปรแกรมบัญชี
ปลั๊กอินรักษาความปลอดภัย
ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีและมัลแวร์ เช่น
- Wordfence
- Solid Security
- Sucuri
ปลั๊กอินแบบฟอร์ม
ใช้สำหรับสร้างฟอร์มติดต่อ แบบสอบถาม หรือฟอร์มสมัครสมาชิก เช่น
- Contact Form 7
- WPForms
- Fluent Forms
- Gravity Forms
ปลั๊กอินเพิ่มความเร็ว
ช่วยจัดการ Cache บีบอัดไฟล์ และปรับประสิทธิภาพเว็บไซต์ เช่น
- LiteSpeed Cache
- WP Rocket
- W3 Total Cache
ค่าปลั๊กอินอาจเริ่มตั้งแต่ ไม่มีค่าใช้จ่ายไปจนถึงประมาณ 5,000 บาทต่อปีหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับฟังก์ชัน จำนวนเว็บไซต์ และเงื่อนไขของผู้พัฒนา
สิ่งสำคัญคือไม่ควรติดตั้งปลั๊กอินมากเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้เว็บไซต์ช้า เกิดปัญหาความเข้ากันได้ หรือเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
6. ค่าออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
หากไม่มีประสบการณ์ด้าน WordPress การออกแบบ หรือการเขียนเว็บไซต์ คุณอาจต้องจ้างฟรีแลนซ์ นักพัฒนา หรือเอเจนซี่มาดูแลโครงการ
ค่าจ้างพัฒนาเว็บไซต์ WordPress โดยทั่วไปอาจเริ่มต้นตั้งแต่ 8,000–50,000 บาทหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าพัฒนาเว็บไซต์
- จำนวนหน้าเว็บไซต์
- จำนวนสินค้า
- ความซับซ้อนของดีไซน์
- การออกแบบเฉพาะสำหรับแบรนด์
- การรองรับโทรศัพท์มือถือ
- การจัดทำเนื้อหา
- การถ่ายภาพ
- การทำ SEO เบื้องต้น
- การเชื่อมต่อระบบชำระเงิน
- การเชื่อมต่อระบบขนส่ง
- ระบบสมาชิก
- ระบบหลายภาษา
- การเชื่อมต่อ API
- การย้ายข้อมูลจากเว็บไซต์เดิม
- การอบรมใช้งานระบบหลังบ้าน
เว็บไซต์ที่ใช้ธีมสำเร็จรูปและปรับแต่งเพียงเล็กน้อยมักมีราคาต่ำกว่าเว็บไซต์ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด
ฟรีแลนซ์กับเอเจนซี่ต่างกันอย่างไร?
การจ้างฟรีแลนซ์มักมีต้นทุนต่ำกว่า และเหมาะกับโครงการขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แต่ผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบผลงาน ประสบการณ์ ขอบเขตงาน และเงื่อนไขการดูแลหลังส่งมอบให้ชัดเจน
ส่วนเอเจนซี่มักมีทีมที่ดูแลหลายด้าน เช่น
- นักออกแบบ
- นักพัฒนา
- ผู้ดูแลโครงการ
- นักเขียนเนื้อหา
- ผู้เชี่ยวชาญ SEO
- ผู้ดูแลระบบ
จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการงานครบวงจร มีระบบการทำงานชัดเจน และต้องการผู้ดูแลในระยะยาว
7. ค่าบำรุงรักษาเว็บไซต์
เว็บไซต์ไม่ได้จบเพียงแค่เปิดใช้งาน หลังจากเว็บไซต์ออนไลน์แล้ว ควรมีการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
งานบำรุงรักษาเว็บไซต์อาจประกอบด้วย
- อัปเดต WordPress
- อัปเดตธีมและปลั๊กอิน
- สำรองข้อมูล
- ตรวจสอบมัลแวร์
- แก้ไขข้อผิดพลาด
- ตรวจสอบลิงก์เสีย
- ปรับปรุงความเร็ว
- ตรวจสอบพื้นที่โฮสติ้ง
- ต่ออายุใบอนุญาตปลั๊กอิน
- ทดสอบแบบฟอร์มและระบบชำระเงิน
- อัปเดตเนื้อหาและสินค้า
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเว็บไซต์โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,000–10,000 บาทต่อปี หรืออาจคิดค่าบริการเป็นรายเดือนตามขอบเขตงาน
เว็บไซต์ E-commerce หรือเว็บไซต์ที่มีระบบสำคัญควรได้รับการตรวจสอบบ่อยกว่าเว็บไซต์ทั่วไป เนื่องจากปัญหาของระบบอาจส่งผลต่อยอดขายและความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยตรง
ตารางสรุปค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress
| รายการ | รายละเอียด | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| โดเมนเนม | .com, .co.th, .net และนามสกุลอื่น | 350–1,200 บาท/ปี |
| เว็บโฮสติ้ง | Shared, Cloud หรือ Managed Hosting | 1,000–6,000 บาท/ปี |
| ธีมพรีเมียม | ธีมสำเร็จรูปหรือเครื่องมือสร้างหน้าเว็บ | 1,000–3,000 บาท/ครั้งหรือปี |
| ปลั๊กอิน | SEO, Security, E-commerce และระบบเสริม | ฟรี–5,000 บาท/ปี |
| ออกแบบและพัฒนา | เว็บไซต์ธุรกิจทั่วไป | 8,000–50,000 บาทขึ้นไป |
| บำรุงรักษา | อัปเดตระบบ สำรองข้อมูล และดูแลความปลอดภัย | 2,000–10,000 บาท/ปี |
| เนื้อหาและรูปภาพ | เขียนบทความ ถ่ายภาพ หรือซื้อภาพ | ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน |
| ระบบเฉพาะ | ระบบสมาชิก จองคิว หรือเชื่อมต่อ API | ประเมินตามโครงการ |
ตัวเลขทั้งหมดเป็นราคาโดยประมาณ ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ คุณภาพงาน และรายละเอียดของเว็บไซต์
สรุปค่าใช้จ่ายตามระดับผู้ใช้งาน
ทำเว็บไซต์เองแบบประหยัดที่สุด
แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาศึกษาและต้องการเริ่มต้นด้วยงบประมาณจำกัด
สิ่งที่อาจใช้ ได้แก่
- ธีมฟรี
- Shared Hosting
- ปลั๊กอินฟรี
- สร้างเนื้อหาและออกแบบด้วยตัวเอง
งบประมาณโดยประมาณอยู่ที่ 2,000–5,000 บาท
ข้อดีคือประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถควบคุมเว็บไซต์ได้เอง แต่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ รวมถึงรับผิดชอบเรื่องการตั้งค่า ความปลอดภัย และการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
ทำเว็บไซต์เองแบบมีงบ
เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการคุณภาพและความสะดวกมากขึ้น แต่ยังสามารถจัดการเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง
อาจเลือกใช้
- ธีมพรีเมียม
- โฮสติ้งคุณภาพดี
- Page Builder
- ปลั๊กอินระดับ Pro
- บริการสำรองข้อมูลหรือระบบความปลอดภัย
งบประมาณโดยประมาณอยู่ที่ 5,000–15,000 บาท
แนวทางนี้ช่วยให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพขึ้นและมีฟังก์ชันมากกว่าการใช้เครื่องมือฟรีทั้งหมด
จ้างมืออาชีพทำเว็บไซต์ให้ครบ
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์พร้อมใช้งาน มีภาพลักษณ์ชัดเจน และไม่ต้องการเสียเวลาเรียนรู้ระบบทั้งหมดด้วยตัวเอง
บริการอาจครอบคลุม
- วางโครงสร้างเว็บไซต์
- ออกแบบหน้าเว็บไซต์
- ติดตั้งและตั้งค่าระบบ
- รองรับมือถือ
- เชื่อมต่อแบบฟอร์ม
- ทำ SEO เบื้องต้น
- ตั้งค่าความปลอดภัย
- อบรมการใช้งาน
- ดูแลหลังส่งมอบ
งบประมาณโดยทั่วไปอยู่ที่ 20,000–50,000 บาทขึ้นไป
สำหรับร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์หลายภาษา หรือเว็บไซต์ที่มีระบบเฉพาะ งบประมาณอาจสูงขึ้นตามความซับซ้อน
ค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้าม
นอกจากค่าใช้จ่ายหลัก ยังมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เจ้าของเว็บไซต์ควรวางแผนไว้ล่วงหน้า
ค่าจัดทำเนื้อหา
เว็บไซต์ที่ดีต้องมีเนื้อหาที่สื่อสารชัดเจนและตอบคำถามของกลุ่มเป้าหมาย หากจ้างนักเขียน อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับ
- เนื้อหาหน้าเว็บไซต์
- บทความ SEO
- รายละเอียดสินค้า
- คำโฆษณา
- การตรวจแก้ภาษา
- การแปลภาษา
ค่ารูปภาพและวิดีโอ
รูปภาพที่มีคุณภาพช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้แบรนด์ดูเป็นมืออาชีพ อาจมีค่าใช้จ่ายจาก
- การถ่ายภาพสินค้า
- การถ่ายภาพบริษัท
- การถ่ายวิดีโอ
- การซื้อภาพ Stock
- การออกแบบกราฟิก
- การทำภาพ Banner
ค่า SEO และการตลาด
การมีเว็บไซต์ไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกค้าเข้าชมทันที ธุรกิจอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมในด้าน
- SEO รายเดือน
- การเขียนบทความ
- Google Ads
- Facebook Ads
- การวิเคราะห์ข้อมูล
- การทำ Landing Page
- Email Marketing
ค่าอีเมลธุรกิจ
อีเมลที่ใช้ชื่อโดเมน เช่น contact@yourcompany.com ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากกว่าการใช้อีเมลทั่วไป
ผู้ให้บริการบางรายรวมอีเมลไว้ในแพ็กเกจโฮสติ้งแล้ว ขณะที่บางรายอาจคิดค่าใช้บริการเพิ่มเติม
ค่าต่ออายุรายปี
ค่าใช้จ่ายบางรายการไม่ได้จ่ายเพียงครั้งเดียว แต่ต้องต่ออายุทุกปี เช่น
- โดเมน
- โฮสติ้ง
- ธีม
- ปลั๊กอิน
- ระบบสำรองข้อมูล
- ระบบรักษาความปลอดภัย
- อีเมลธุรกิจ
ก่อนเริ่มโครงการ ควรแยกงบประมาณออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ค่าเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์และค่าใช้จ่ายประจำปี
เคล็ดลับประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับมือใหม่
1. วางแผนโครงสร้างเว็บไซต์ก่อนเริ่มทำ
ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเว็บไซต์ต้องมีหน้าอะไรบ้าง กลุ่มเป้าหมายคือใคร และต้องการให้ผู้เข้าชมทำอะไร
การวางแผนล่วงหน้าช่วยลดการแก้ไขซ้ำและลดค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นระหว่างโครงการ
2. เริ่มจากฟังก์ชันที่จำเป็น
ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุกฟังก์ชันตั้งแต่วันแรก ควรเริ่มจากระบบที่จำเป็นต่อธุรกิจก่อน เช่น
- ข้อมูลบริการ
- แบบฟอร์มติดต่อ
- ระบบแสดงสินค้า
- ระบบสั่งซื้อพื้นฐาน
เมื่อเว็บไซต์มีผู้ใช้งานและธุรกิจเติบโตแล้ว จึงค่อยเพิ่มฟังก์ชันขั้นสูง
3. เลือกธีมฟรีที่มีคุณภาพ
ธีมฟรีจาก WordPress.org หลายธีมมีคุณภาพดี รองรับมือถือ และได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ
ควรเลือกธีมที่
- มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
- มีรีวิวดี
- อัปเดตล่าสุดไม่นาน
- รองรับ WordPress เวอร์ชันปัจจุบัน
- ใช้งานร่วมกับปลั๊กอินหลักได้
4. ใช้ปลั๊กอินฟรีก่อนซื้อเวอร์ชัน Pro
ปลั๊กอินจำนวนมากมีเวอร์ชันฟรีที่เพียงพอสำหรับเว็บไซต์เริ่มต้น เช่น
- Yoast SEO
- Rank Math
- Contact Form 7
- Elementor Free
- WooCommerce
- Wordfence
- LiteSpeed Cache
ควรซื้อเวอร์ชัน Pro เฉพาะเมื่อฟังก์ชันนั้นจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจจริง ๆ
5. เริ่มจาก Shared Hosting แล้วค่อยอัปเกรด
เว็บไซต์ใหม่ที่มีผู้เข้าชมไม่มากอาจเริ่มต้นด้วย Shared Hosting ได้ เมื่อเว็บไซต์เติบโตหรือเริ่มมีผู้เข้าชมมากขึ้นจึงค่อยอัปเกรดไปเป็น Cloud Hosting หรือ Managed Hosting
6. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนธีมหรือโครงสร้างบ่อยเกินไป
การเปลี่ยนธีมหรือปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อาจทำให้ต้องแก้ไขเนื้อหา รูปภาพ และการตั้งค่าหลายส่วน
จึงควรเลือกแนวทางการออกแบบที่รองรับการเติบโตของธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น
7. กำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจนก่อนจ้าง
หากจ้างฟรีแลนซ์หรือเอเจนซี่ ควรระบุรายละเอียดในใบเสนอราคาหรือข้อตกลง เช่น
- จำนวนหน้า
- จำนวนรอบแก้ไข
- ผู้รับผิดชอบเนื้อหา
- ผู้รับผิดชอบรูปภาพ
- ระยะเวลาทำงาน
- ฟังก์ชันที่รวมในราคา
- ระยะเวลารับประกัน
- เงื่อนไขดูแลหลังส่งมอบ
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การกำหนดขอบเขตงานชัดเจนช่วยลดความเข้าใจผิดและควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น
ควรทำเว็บไซต์เองหรือจ้างมืออาชีพ?
การเลือกทำเว็บไซต์เองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญขึ้นอยู่กับงบประมาณ เวลา และเป้าหมายของเว็บไซต์
เหมาะกับการทำเว็บไซต์เอง เมื่อ
- มีงบประมาณจำกัด
- เว็บไซต์ไม่ซับซ้อน
- มีเวลาเรียนรู้
- สามารถดูแลระบบได้
- ยังอยู่ในช่วงทดลองตลาด
- ไม่จำเป็นต้องมีดีไซน์เฉพาะ
เหมาะกับการจ้างมืออาชีพ เมื่อ
- เว็บไซต์เป็นช่องทางสำคัญของธุรกิจ
- ต้องการภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ
- ต้องการเปิดเว็บไซต์ตามกำหนดเวลา
- มีระบบร้านค้าออนไลน์
- ต้องการเชื่อมต่อระบบภายนอก
- ต้องการเว็บไซต์ที่รองรับ SEO
- ไม่มีทีมดูแลด้านเทคนิค
- ต้องการบริการดูแลหลังเปิดใช้งาน
แม้การจ้างมืออาชีพจะมีต้นทุนสูงกว่าในช่วงเริ่มต้น แต่สามารถช่วยลดเวลาทดลองผิดทดลองถูก ลดความเสี่ยงทางเทคนิค และทำให้เว็บไซต์พร้อมใช้งานในเชิงธุรกิจมากขึ้น
วิธีตั้งงบประมาณทำเว็บไซต์ WordPress ให้คุ้มค่า
ก่อนขอใบเสนอราคาหรือเริ่มสร้างเว็บไซต์ ควรตอบคำถามต่อไปนี้ให้ชัดเจน
- เว็บไซต์มีเป้าหมายอะไร?
- กลุ่มลูกค้าหลักคือใคร?
- ต้องการเว็บไซต์กี่หน้า?
- มีเนื้อหาและรูปภาพพร้อมหรือยัง?
- ต้องการขายสินค้าออนไลน์หรือไม่?
- ต้องการระบบสมาชิกหรือระบบจองหรือไม่?
- ต้องการรองรับกี่ภาษา?
- ต้องการเชื่อมต่อระบบใดบ้าง?
- ใครจะเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์หลังเปิดใช้งาน?
- มีงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายรายปีหรือไม่?
หลังจากนั้นควรแบ่งงบประมาณเป็น 3 ส่วน
งบสร้างเว็บไซต์
ครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งระบบ และจัดทำหน้าเว็บไซต์
งบดำเนินงานรายปี
ครอบคลุมโดเมน โฮสติ้ง ปลั๊กอิน และการบำรุงรักษา
งบการตลาด
ครอบคลุม SEO บทความ โฆษณา และกิจกรรมที่ช่วยนำผู้เข้าชมเข้าสู่เว็บไซต์
การแยกงบประมาณลักษณะนี้ช่วยให้ธุรกิจประเมินต้นทุนรวมได้แม่นยำกว่า และไม่เกิดปัญหางบประมาณขาดในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทำเว็บไซต์ WordPress
WordPress ใช้งานฟรีจริงหรือไม่?
ตัวซอฟต์แวร์ WordPress สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับโดเมน โฮสติ้ง ธีม ปลั๊กอิน และการพัฒนาเว็บไซต์
ทำเว็บไซต์ WordPress เองใช้งบเท่าไหร่?
หากใช้ธีมและปลั๊กอินฟรี ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอาจอยู่ที่ประมาณ 2,000–5,000 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าโดเมนและโฮสติ้ง
จ้างทำเว็บไซต์ WordPress ราคาเท่าไหร่?
เว็บไซต์ธุรกิจทั่วไปอาจเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 8,000 บาท และอาจสูงกว่า 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับการออกแบบ จำนวนหน้า และฟังก์ชันที่ต้องการ
เว็บไซต์ WordPress มีค่าใช้จ่ายรายปีหรือไม่?
มี ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องต่ออายุ ได้แก่ โดเมน โฮสติ้ง ธีมหรือปลั๊กอินบางรายการ รวมถึงค่าบำรุงรักษาเว็บไซต์
เว็บไซต์ E-commerce มีราคาแพงกว่าเว็บไซต์บริษัทหรือไม่?
โดยทั่วไปมีราคาสูงกว่า เนื่องจากต้องมีระบบสินค้า ตะกร้า ชำระเงิน จัดส่ง สต๊อก และระบบจัดการคำสั่งซื้อ
ใช้ธีมฟรีทำเว็บไซต์ธุรกิจได้หรือไม่?
สามารถทำได้ แต่ควรเลือกธีมจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีการอัปเดตสม่ำเสมอ และรองรับมือถือ หากธุรกิจต้องการภาพลักษณ์หรือฟังก์ชันเฉพาะ ธีมพรีเมียมหรือการออกแบบเฉพาะอาจเหมาะกว่า
เว็บไซต์ WordPress รองรับ SEO หรือไม่?
WordPress มีโครงสร้างที่เหมาะกับการจัดการเนื้อหาและสามารถติดตั้งปลั๊กอิน SEO เพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ SEO ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพเนื้อหา ความเร็วเว็บไซต์ โครงสร้างหน้าเว็บ และการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ใช้เวลาทำเว็บไซต์ WordPress นานเท่าไหร่?
เว็บไซต์ขนาดเล็กอาจใช้เวลาประมาณ 1–3 สัปดาห์ ส่วนเว็บไซต์ธุรกิจหรือเว็บไซต์ที่มีระบบซับซ้อนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเนื้อหาและขอบเขตงาน
สรุปค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress
ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ WordPress ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบเว็บไซต์ ความซับซ้อนของระบบ คุณภาพการออกแบบ และระดับการดูแลที่ต้องการ
สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทำเว็บไซต์ด้วยตัวเอง งบประมาณอาจเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000–5,000 บาท
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ธีมพรีเมียม โฮสติ้งคุณภาพดี และปลั๊กอินเพิ่มเติม งบประมาณอาจอยู่ที่ประมาณ 5,000–15,000 บาท
ส่วนธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์ออกแบบเฉพาะ พร้อมระบบหลังบ้านและบริการดูแลอย่างมืออาชีพ อาจใช้งบประมาณตั้งแต่ 20,000–50,000 บาทขึ้นไป
การทำเว็บไซต์ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงค่าใช้จ่าย แต่ควรพิจารณาเป็นการลงทุนระยะยาว เพราะเว็บไซต์ที่ดีสามารถช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ นำเสนอสินค้าและบริการ เก็บข้อมูลลูกค้า และสนับสนุนการตลาดออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
มาเริ่มทำเว็บไซต์ WordPress กันเถอะ!
หากคุณกำลังมองหาทีมรับทำเว็บไซต์ WordPress ที่เข้าใจทั้งด้านการออกแบบ การใช้งาน และการตลาดออนไลน์ KNmasters พร้อมช่วยวางแผนและพัฒนาเว็บไซต์ให้เหมาะกับเป้าหมายของธุรกิจคุณ
เราพร้อมดูแลตั้งแต่
- วางโครงสร้างเว็บไซต์
- ออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับแบรนด์
- พัฒนาเว็บไซต์ WordPress
- รองรับการใช้งานบนมือถือ
- ปรับความเร็วในการโหลด
- วางโครงสร้าง SEO
- เชื่อมต่อแบบฟอร์มและระบบต่าง ๆ
- ดูแลและบำรุงรักษาหลังเปิดใช้งาน
ไม่ว่าคุณจะต้องการเว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์บริการ หรือร้านค้าออนไลน์ KNmasters พร้อมช่วยเปลี่ยนแนวคิดของคุณให้กลายเป็นเว็บไซต์ที่สวย ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และพร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ
ติดต่อ KNmasters วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินงบประมาณทำเว็บไซต์ WordPress ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
อย่ารอช้า! ให้ KNmasters ดูแลธุรกิจของคุณวันนี้!
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากเริ่มใช้บริการกับ KNmasters เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ครบวงจร
- Facebook: KNmasters
- LINE: @851ioidr
- Youtube: KNmasters
- Instagram: knmasters.official
- Tiktok: KNmasters.official
- Twitter: KNmasters Official
- Fastwork: KNmasters
- เว็บไซต์: www.knmasters.com
- แผนที่: KNmasters
- Digital Marketing
- 2026-07-22 20:18:19
บริการของเรา
พันธมิตรของเรา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ช่วยที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคง
หากคุณกำลังมองหาทีมที่เข้าใจธุรกิจของคุณจริงๆ และพร้อมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ KNmasters พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ และสร้างแนวทางที่เหมาะกับคุณ เราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์


