Broken Link คืออะไร? และมีผลอย่างไรต่อ SEO

Broken Link คืออะไร? และมีผลอย่างไรต่อ SEO
KNmasters

ในโลกของการบริหารจัดการเว็บไซต์และการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา (SEO) การดูแลลิ้งค์ต่างๆ บนเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในปัญหาที่ผู้ดูแลเว็บไซต์มักพบเจอคือ “Broken Link” ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกหงุดหงิด แต่ยังส่งผลกระทบต่อ SEO ของเว็บไซต์ด้วย ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ Broken Link และผลกระทบของมันต่อ SEO

“Broken Link” หรือ “ลิ้งค์เสีย” หมายถึงลิ้งค์ที่ไม่สามารถนำผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บหรือทรัพยากรที่ต้องการได้ เมื่อผู้ใช้คลิกลิ้งค์ที่เสีย พวกเขาจะพบข้อความแจ้งเตือนว่า “404 Not Found” หรือข้อความอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าหน้าเว็บนั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ ลิ้งค์เสียสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  1. หน้าเว็บหรือไฟล์ที่ลิ้งค์ไปยังถูกลบหรือย้ายไปยังที่อยู่ใหม่
  2. การพิมพ์ URL ผิดหรือมีการสะกดผิด
  3. โดเมนที่ลิ้งค์ไปยังหมดอายุหรือไม่มีอยู่แล้ว
  4. การตั้งค่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง URL โดยไม่มีการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทาง (Redirect) อย่างถูกต้อง

การมี Broken Link บนเว็บไซต์สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อ SEO ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. การลดคะแนนคุณภาพของเว็บไซต์ (Page Quality Score)
    • เครื่องมือค้นหาอย่าง Google ใช้อัลกอริทึมที่ซับซ้อนในการประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ ถ้าเว็บไซต์มีลิ้งค์เสียมาก อัลกอริทึมจะมองว่าเว็บไซต์นั้นมีคุณภาพต่ำ ส่งผลให้คะแนน SEO ลดลง
  2. ประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience)
    • ลิ้งค์เสียทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกหงุดหงิดและออกจากเว็บไซต์ ส่งผลให้เวลาที่ผู้ใช้อยู่บนเว็บไซต์ (Dwell Time) ลดลง ซึ่งมีผลกระทบต่อ SEO
  3. การสูญเสียลิ้งค์ภายใน (Internal Link Juice)
    • ลิ้งค์ภายในเป็นสิ่งสำคัญในการกระจายพลังของลิ้งค์ (Link Juice) ไปยังหน้าอื่นๆ ของเว็บไซต์ ถ้าลิ้งค์ภายในเสีย พลังของลิ้งค์นั้นจะสูญเสียไปและไม่สามารถช่วยในการเพิ่มคะแนน SEO ของหน้าอื่นๆ ได้
  4. การสูญเสียลิ้งค์ภายนอก (External Backlinks)
    • หากเว็บไซต์อื่นๆ ลิ้งค์มาที่หน้าเว็บของคุณ แต่หน้านั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ ลิ้งค์นั้นจะกลายเป็นลิ้งค์เสีย ทำให้สูญเสียประโยชน์จากลิ้งค์ภายนอกที่สามารถช่วยเพิ่มคะแนน SEO ได้

การตรวจสอบและแก้ไข Broken Link เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ คุณสามารถทำได้โดย:

  1. ใช้เครื่องมือเช็ค Broken Link
    • เครื่องมือออนไลน์เช่น Google Search Console, Screaming Frog, หรือปลั๊กอินสำหรับ WordPress เช่น Broken Link Checker สามารถช่วยตรวจสอบและรายงานลิ้งค์เสียบนเว็บไซต์ของคุณ
  2. การตั้งค่า Redirect
    • ใช้การตั้งค่า 301 Redirect เพื่อเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาจากลิ้งค์เสียไปยังหน้าเว็บใหม่ที่ถูกต้อง การตั้งค่า 301 Redirect ช่วยรักษาคะแนน SEO ของหน้าเดิมและส่งต่อไปยังหน้าใหม่
  3. การตรวจสอบลิ้งค์ภายใน
    • ตรวจสอบและแก้ไขลิ้งค์ภายในเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าลิ้งค์ทั้งหมดนำไปยังหน้าเว็บที่ถูกต้อง
  4. การอัปเดตลิ้งค์ภายนอก
    • หากพบว่ามีลิ้งค์ภายนอกที่เสีย ควรติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์นั้นเพื่อขอให้แก้ไขลิ้งค์ให้ถูกต้อง

เว็บสำหรับเช็คลิ้งเสีย

  1. Google Search Console
  2. Checkbot
  3. Dead Link Checker
  4. ahrefs – Broken Link Checker
  5. Broken Link Check
  6. Drlink Check
  7. Plugin Broken Link Checker (สำหรับคนที่ใช้ WordPress)
  8. Plugin Rank Math (สำหรับคนที่ใช้ WordPress)

สรุป

Broken Link เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามในการบริหารจัดการเว็บไซต์ มันไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ แต่ยังส่งผลเสียต่อ SEO ของเว็บไซต์ด้วย การตรวจสอบและแก้ไข Broken Link อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพสูง รักษาคะแนน SEO และปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อเรา

บทความที่น่าสนใจ

KNmasters
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในคำที่เรามักจะได้ยินบ่อยครั้งคือ “Web 2...
KNmasters
ในโลกของการจัดการเว็บไซต์และการพัฒนาเว็บ การเปลี่ยนเส้นทาง (Redirect) เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยใ...
logo knmasters
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารล้นหลาม การติดตามข่าวสารและอัพเดทจากเว็บไซต์ต่างๆ อาจเป็นเรื่องท้าทาย RS...
logo knmasters
ในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง การมีเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงเป็...
KNmasters
การเปลี่ยนเส้นทาง (Redirect) เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการเว็บไซต์ โดยช่วยนำผู้ใช้และเครื่...
KNmasters
ในโลกของการบริหารจัดการเว็บไซต์และการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา (SEO) การดูแลลิ้งค์ต่างๆ บนเว็บไซต์เ...