ประเภท Backlink มีกี่แบบ? เลือกใช้ยังไงให้เว็บติดหน้าแรก

ประเภท Backlink สามารถแบ่งได้หลายวิธี แต่การแบ่งที่สำคัญต่อ Technical SEO มากที่สุดคือการพิจารณา Link Attribute ได้แก่ลิงก์ปกติหรือ Followed Link, rel="nofollow", rel="sponsored" และ rel="ugc" เพราะ Attribute เหล่านี้ช่วยอธิบายให้ Search Engine เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเว็บไซต์ต้นทางกับหน้าที่ถูกลิงก์ไป
บทความนี้ KNmasters จะอธิบายว่า Dofollow และ Nofollow ต่างกันอย่างไร Sponsored และ UGC ควรใช้เมื่อใด พร้อมตัวอย่างโค้ด ตารางเปรียบเทียบ วิธีตรวจสอบประเภทลิงก์ และแนวทางสร้าง Backlink Profile ที่มีคุณภาพ โดยไม่พยายามปั่นจำนวนลิงก์หรือคะแนนจากเครื่องมือ SEO เพียงอย่างเดียว
หัวข้อ
Backlink คืออะไร?
Backlink หรือลิงก์ย้อนกลับ คือลิงก์จากหน้าเว็บหนึ่งที่ชี้ไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่ง เช่น เว็บไซต์ข่าวอ้างอิงงานวิจัยของบริษัท เว็บไซต์พันธมิตรลิงก์ไปยังหน้าบริการ หรือบล็อกรีวิวลิงก์ไปยังหน้าสินค้า สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับลิงก์ ลิงก์ดังกล่าวถือเป็น Backlink
Search Engine ใช้ลิงก์เพื่อค้นพบหน้าใหม่ ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างหน้า และประเมินสัญญาณต่าง ๆ เกี่ยวกับหน้าเว็บ อย่างไรก็ตาม Backlink ไม่ได้มีคุณค่าเท่ากันทุกลิงก์ คุณภาพของหน้าต้นทาง ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา ตำแหน่งลิงก์ Anchor Text และเหตุผลที่ลิงก์ถูกสร้างขึ้นล้วนสำคัญกว่าการนับจำนวนลิงก์เพียงอย่างเดียว
- ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบเว็บไซต์ผ่าน Referral Traffic
- ช่วยให้ Search Engine ค้นพบและเข้าใจความสัมพันธ์ของเนื้อหา
- สร้างการรับรู้แบรนด์เมื่อได้รับการกล่าวถึงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
- อาจสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันบนผลการค้นหาเมื่อเป็นลิงก์ที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้อง
บทความหน้านี้เน้นการแบ่ง Backlink ตาม Link Attribute ส่วนคำอธิบายภาพรวม วิธีวิเคราะห์คุณภาพ และกลยุทธ์สร้างลิงก์สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ Backlink คืออะไร
Link Attribute คืออะไร?
Link Attribute คือข้อมูลที่ใส่เพิ่มในแท็ก HTML ของลิงก์เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างหน้าต้นทางกับหน้าปลายทาง ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์ ลิงก์ถูกเพิ่มโดยสมาชิกในเว็บบอร์ด หรือเจ้าของเว็บไซต์ไม่ต้องการรับรองแหล่งข้อมูลนั้น
ลิงก์ HTML ปกติมีลักษณะดังนี้
<a href="https://example.com/">ข้อความลิงก์</a>ถ้าต้องการระบุความสัมพันธ์ของลิงก์ สามารถเพิ่มค่าใน rel เช่น
<a href="https://example.com/" rel="nofollow">ข้อความลิงก์</a>คำว่า “Dofollow” เป็นศัพท์ที่วงการ SEO ใช้เรียกลิงก์ปกติซึ่งไม่มี nofollow, sponsored หรือ ugc โดยใน HTML ไม่มี Attribute ที่ต้องเขียนว่า rel="dofollow" ลิงก์ปกติไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าใดเพื่อให้ Search Engine เข้าถึงได้
1. Dofollow หรือ Followed Backlink
Dofollow Backlink หรือคำที่แม่นยำกว่าคือ Followed Backlink คือลิงก์ปกติที่ไม่ได้ระบุ nofollow, sponsored หรือ ugc Search Engine สามารถเข้าถึงลิงก์ วิเคราะห์บริบท และพิจารณาลิงก์เป็นหนึ่งในสัญญาณของหน้าเว็บได้
ตัวอย่างโค้ด Followed Link:
<a href="https://www.knmasters.com/backlink/">Backlink คืออะไร</a>Followed Backlink เหมาะกับกรณีใด?
- การอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และเกี่ยวข้องกับเนื้อหา
- การลิงก์ไปยังเว็บไซต์พันธมิตรโดยไม่มีการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเพื่อจัดอันดับ
- บทความ Editorial ที่ผู้เขียนเลือกอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างอิสระ
- ลิงก์ภายในเว็บไซต์ที่ช่วยเชื่อมโยง Content Cluster
Followed Backlink ที่มีคุณภาพมักมาจากหน้าที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง มีผู้ใช้งานจริง และวางลิงก์ในบริบทที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่ควรสรุปว่าลิงก์ Followed ทุกลิงก์ดีต่อ SEO เพราะลิงก์สแปม ลิงก์ที่ถูกสร้างเพื่อควบคุมอันดับ หรือลิงก์จากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องอาจไม่มีคุณค่าและสร้างความเสี่ยงได้
2. Nofollow Backlink
Nofollow Backlink คือลิงก์ที่มี rel="nofollow" เพื่อบอก Search Engine ว่าเจ้าของเว็บไซต์ไม่ต้องการรับรองหน้าปลายทาง หรือไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของลิงก์ถูกตีความเหมือนลิงก์ปกติ ปัจจุบัน Google อธิบายว่า Attribute กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็น “คำใบ้” หรือ Hint ในการพิจารณาว่าควรวิเคราะห์หรือไม่นำลิงก์ไปใช้กับระบบค้นหา ไม่ใช่คำสั่งห้ามติดตามแบบเด็ดขาดในทุกกรณี
<a href="https://example.com/" rel="nofollow">เว็บไซต์ที่ไม่ต้องการรับรอง</a>ควรใช้ Nofollow เมื่อใด?
- ลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลที่ต้องกล่าวถึง แต่ไม่ต้องการรับรองความน่าเชื่อถือ
- ลิงก์ที่ไม่สามารถระบุความสัมพันธ์ด้วย Sponsored หรือ UGC ได้อย่างเหมาะสม
- ลิงก์ที่เจ้าของเว็บไซต์ไม่ต้องการให้ตีความเป็น Editorial Endorsement
Nofollow ยังมีประโยชน์หรือไม่?
มีประโยชน์ เพราะผู้ใช้ยังคลิกลิงก์ได้ตามปกติ จึงสามารถสร้าง Referral Traffic การรับรู้แบรนด์ การกล่าวถึง และโอกาสที่ผู้พบเห็นจะนำข้อมูลไปอ้างอิงต่อในภายหลังได้ ไม่ควรปฏิเสธโอกาสประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพเพียงเพราะลิงก์เป็น Nofollow
ในทางกลับกัน ไม่จำเป็นต้องเติม nofollow ให้ลิงก์ภายนอกทุกลิงก์ การอ้างอิงเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องสามารถใช้ลิงก์ปกติได้ การใช้ Attribute ควรสะท้อนความสัมพันธ์จริง ไม่ใช่ใช้เพื่อกัก “Link Juice” ไว้ภายในเว็บไซต์
3. Sponsored Backlink
Sponsored Backlink คือลิงก์ที่เกิดจากโฆษณา การสนับสนุน การจ่ายค่าตอบแทน การให้สินค้าเพื่อแลกกับการรีวิว หรือข้อตกลงเชิงพาณิชย์ Google แนะนำให้ระบุลิงก์ประเภทนี้ด้วย rel="sponsored" เพื่อแสดงความสัมพันธ์อย่างชัดเจน
<a href="https://example.com/product/" rel="sponsored">ดูรายละเอียดสินค้า</a>กรณีที่ระบบเดิมยังใช้ nofollow กับลิงก์โฆษณาอยู่ สามารถใช้งานต่อได้ แต่สำหรับลิงก์ใหม่ควรเลือก sponsored เพราะอธิบายความสัมพันธ์ได้ตรงกว่า นอกจากนี้ยังสามารถระบุหลายค่าในลิงก์เดียวได้ เช่น
<a href="https://example.com/" rel="sponsored nofollow">บทความผู้สนับสนุน</a>ตัวอย่างลิงก์ที่ควรใช้ Sponsored
- Advertorial หรือบทความประชาสัมพันธ์ที่มีค่าจ้าง
- ลิงก์จากการรีวิวที่ได้รับเงิน สินค้า หรือสิทธิประโยชน์ตอบแทน
- Affiliate Link ที่ผู้เผยแพร่ได้รับค่าคอมมิชชัน
- Banner และ Text Link ที่ซื้อพื้นที่โฆษณา
- ลิงก์จาก Sponsorship หรือความร่วมมือที่มีค่าตอบแทน
การไม่ระบุความสัมพันธ์ของลิงก์ที่มีการจ่ายเงินและใช้ลิงก์เหล่านั้นเพื่อควบคุมอันดับ อาจเข้าข่าย Link Spam ตามนโยบายของ Google ดังนั้นเจ้าของเว็บไซต์และผู้ลงโฆษณาควรตกลงเรื่อง Link Attribute ให้ชัดเจนก่อนเผยแพร่
4. UGC Backlink
UGC Backlink ย่อมาจาก User Generated Content หมายถึงลิงก์ที่ผู้ใช้งาน สมาชิก หรือลูกค้าเป็นผู้เพิ่มลงในพื้นที่ที่เปิดให้มีส่วนร่วม เช่น ความคิดเห็นในบล็อก กระทู้เว็บบอร์ด โปรไฟล์สมาชิก รีวิว หรือคำถามและคำตอบ
<a href="https://example.com/" rel="ugc">เว็บไซต์ที่สมาชิกแนะนำ</a>ตัวอย่างพื้นที่ที่ควรใช้ UGC
- ลิงก์ในความคิดเห็นของบทความ
- ลิงก์ในกระทู้และคำตอบของเว็บบอร์ด
- ลิงก์ในรีวิวที่ลูกค้าเป็นผู้เขียน
- ลิงก์ในโปรไฟล์หรือ Bio ของสมาชิก
- ลิงก์ในระบบ Q&A ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปตอบ
เว็บไซต์ที่มีพื้นที่ UGC ควรตั้งค่า Attribute อัตโนมัติ ตรวจสอบสแปม จำกัดจำนวนลิงก์ และมีระบบ Moderation ไม่ควรปล่อยให้ผู้ใช้โพสต์ลิงก์ Followed ได้โดยไม่มีการควบคุม เพราะอาจทำให้เว็บไซต์กลายเป็นแหล่ง Link Spam
สำหรับผู้สร้าง Backlink การโพสต์ลิงก์ในคอมเมนต์หรือเว็บบอร์ดจำนวนมากโดยไม่สร้างประโยชน์ให้ชุมชนไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน ลิงก์ UGC ที่ดีควรเกิดจากการตอบคำถามหรือแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องจริง อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UGC และ Community Backlink
Dofollow, Nofollow, Sponsored และ UGC ต่างกันอย่างไร?
| ประเภทลิงก์ | ตัวอย่าง Attribute | ใช้เมื่อใด | ผู้ใช้คลิกได้หรือไม่ | การตีความของ Google |
|---|---|---|---|---|
| Followed หรือ Dofollow | ไม่ต้องใส่ rel | ลิงก์ปกติและการอ้างอิงที่ยอมรับได้ | ได้ | สามารถ Crawl วิเคราะห์บริบท และพิจารณาเป็นสัญญาณได้ |
| Nofollow | rel="nofollow" | ไม่ต้องการรับรองหรือไม่มี Attribute อื่นที่เหมาะกว่า | ได้ | ใช้เป็น Hint ว่าควรพิจารณาหรือไม่นำลิงก์ไปใช้ |
| Sponsored | rel="sponsored" | โฆษณา Affiliate การสนับสนุน และลิงก์ที่มีค่าตอบแทน | ได้ | ระบุว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ |
| UGC | rel="ugc" | ความคิดเห็น เว็บบอร์ด รีวิว และเนื้อหาจากผู้ใช้ | ได้ | ระบุว่าลิงก์ถูกสร้างโดยผู้ใช้งาน |
Link Attribute ไม่ได้เป็นมาตรวัด “ความปลอดภัย” แบบตายตัว ลิงก์ Followed ที่เกิดจากการอ้างอิงจริงอาจมีคุณภาพสูง ขณะที่ลิงก์ Followed จากเครือข่ายสแปมอาจไม่มีคุณค่า ส่วน Nofollow, Sponsored และ UGC ก็ยังสร้าง Traffic และ Brand Exposure ได้ การประเมิน Backlink จึงต้องดูบริบทและคุณภาพของเว็บไซต์ต้นทางร่วมด้วย
ประเภท Backlink เมื่อแบ่งตามวิธีการได้มา
นอกจากการแบ่งตาม Link Attribute แล้ว Backlink ยังแบ่งตามวิธีเกิดและตำแหน่งของลิงก์ได้ แต่ละคำอาจซ้อนทับกันได้ เช่น Guest Post หนึ่งลิงก์อาจเป็น Followed, Nofollow หรือ Sponsored ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและวิธีติด Attribute
Natural หรือ Editorial Backlink
ลิงก์ที่ผู้เขียนหรือเจ้าของเว็บไซต์เลือกอ้างอิงเพราะเนื้อหามีประโยชน์ โดยไม่มีการบังคับหรือชำระเงิน เช่น สื่ออ้างอิงผลสำรวจของบริษัท หรือบล็อกนำข้อมูลจากคู่มือไปประกอบบทความ ลิงก์ประเภทนี้มักมีบริบทชัดและสัมพันธ์กับเนื้อหา
Guest Post Backlink
ลิงก์จากบทความที่บุคคลหรือธุรกิจส่งไปเผยแพร่บนเว็บไซต์อื่น Guest Post ที่ดีควรให้ข้อมูลเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านของเว็บไซต์นั้น ไม่ควรผลิตบทความจำนวนมากด้วยเนื้อหาซ้ำหรือ Keyword Anchor ที่จงใจควบคุมอันดับ หากมีการชำระเงินหรือให้สิ่งตอบแทน ควรระบุ Sponsored ตามความสัมพันธ์จริง
Directory และ Citation Backlink
ลิงก์จากสารบัญธุรกิจ เว็บไซต์สมาคม รายชื่อสมาชิก หรือแหล่งข้อมูลท้องถิ่น เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการยืนยันชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ และพื้นที่ให้บริการ ควรเลือก Directory ที่มีการดูแลและเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องลงทุกเว็บไซต์ที่เปิดรับลิงก์
Resource Page Backlink
ลิงก์จากหน้ารวมแหล่งความรู้ เครื่องมือ หรือคู่มือในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง เว็บไซต์จะมีโอกาสได้รับลิงก์ประเภทนี้เมื่อมีเนื้อหาที่สมบูรณ์ ข้อมูลเฉพาะ หรือเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาได้จริง
Image และ Infographic Backlink
เกิดเมื่อเว็บไซต์อื่นนำรูปภาพ กราฟ แผนภาพ หรือ Infographic ไปใช้และลิงก์กลับมายังแหล่งที่มา ควรสร้างภาพจากข้อมูลจริง ระบุแหล่งอ้างอิง และมีหน้าปลายทางที่อธิบายข้อมูลเพิ่มเติม
PBN Backlink
PBN หรือ Private Blog Network คือเครือข่ายเว็บไซต์ที่ถูกควบคุมเพื่อส่งลิงก์ไปยังเว็บไซต์เป้าหมายและพยายามส่งผลต่ออันดับ การใช้เครือข่ายที่สร้างขึ้นเพื่อควบคุมสัญญาณลิงก์มีความเสี่ยงต่อการเข้าข่าย Link Spam ไม่ควรนำเสนอว่าเป็นวิธีปลอดภัยหรือรับประกันอันดับได้
วิธีตรวจสอบว่า Backlink เป็นประเภทใด
วิธีที่ 1: ตรวจ HTML ผ่าน Browser
- เปิดหน้าที่มีลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ
- คลิกขวาที่ลิงก์แล้วเลือก Inspect หรือตรวจสอบ
- มองหาแท็ก
<a href="..."> - ตรวจว่ามี
rel="nofollow",rel="sponsored"หรือrel="ugc"หรือไม่ - ถ้าไม่มี Attribute กลุ่มดังกล่าว โดยทั่วไปเครื่องมือ SEO จะจัดเป็น Followed Link
วิธีที่ 2: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ Backlink
เครื่องมืออย่าง Ahrefs, Semrush, Moz และ Google Search Console ช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ต้นทาง หน้าปลายทาง Anchor Text และสถานะลิงก์ได้ อย่างไรก็ตาม ฐานข้อมูลของแต่ละเครื่องมือไม่เหมือนกัน จึงควรใช้เครื่องมือเดิมในการเปรียบเทียบแนวโน้มและตรวจหน้าจริงเมื่อเป็นลิงก์สำคัญ
ควรมี Dofollow และ Nofollow เท่าไร?
ไม่มีสัดส่วน Dofollow ต่อ Nofollow ที่ Google กำหนดว่าเหมาะสม เช่น 70:30 หรือ 80:20 และไม่ควรสร้างลิงก์แบบกลไกเพื่อให้ได้อัตราส่วนตามสูตร โปรไฟล์ลิงก์ของแต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกัน เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์ E-commerce ธุรกิจท้องถิ่น และชุมชนออนไลน์ย่อมได้รับลิงก์คนละรูปแบบ
สิ่งที่ควรตรวจมากกว่าสัดส่วน ได้แก่ ลิงก์มาจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ มีผู้ใช้งานจริงหรือไม่ หน้าต้นทางมีเนื้อหาคุณภาพหรือไม่ ลิงก์ถูกวางในบริบทที่สมเหตุสมผลหรือไม่ และมีการใช้ Anchor Text ซ้ำแบบจงใจมากเกินไปหรือไม่ โปรไฟล์ที่ดีเกิดจากกิจกรรมทางธุรกิจและการเผยแพร่ข้อมูลหลายรูปแบบ ไม่ใช่การกำหนดจำนวนลิงก์แต่ละประเภทล่วงหน้า
วิธีสร้าง Backlink อย่างปลอดภัย
- สร้างเนื้อหาที่ควรค่าแก่การอ้างอิง เช่น งานวิจัย ข้อมูลสถิติ คู่มือ เครื่องมือฟรี Checklist และ Case Study
- เลือกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ตรวจหัวข้อ ผู้ชม Organic Traffic คุณภาพเนื้อหา และประวัติของโดเมน ไม่ดูแค่ DA หรือ DR
- ใช้ Anchor Text ตามธรรมชาติ เน้นชื่อแบรนด์ URL ชื่อบทความ และข้อความที่สอดคล้องกับบริบท หลีกเลี่ยง Exact-match Keyword ซ้ำจำนวนมาก
- ระบุความสัมพันธ์ของลิงก์ให้ถูกต้อง ลิงก์จ่ายเงินใช้ Sponsored ลิงก์จากสมาชิกใช้ UGC และลิงก์ที่ไม่ต้องการรับรองใช้ Nofollow
- สร้างความสัมพันธ์และทำ Digital PR ให้ข้อมูลหรือมุมมองที่สื่อและเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมนำไปใช้ได้จริง
- ตรวจ New และ Lost Backlinks แก้หน้า 404 ทำ 301 Redirect เมื่อย้าย URL และติดต่อเว็บไซต์ต้นทางเมื่อพบลิงก์เสียที่ควรกู้คืน
- หลีกเลี่ยง Link Scheme ไม่ซื้อหรือแลกลิงก์จำนวนมากเพื่อควบคุมอันดับ ไม่ใช้โปรแกรมสร้างลิงก์อัตโนมัติ และไม่โพสต์สแปมในความคิดเห็นหรือเว็บบอร์ด
คำถามที่พบบ่อย
Dofollow ต้องใส่ rel=”dofollow” หรือไม่?
ไม่ต้องใส่ ลิงก์ HTML ปกติที่ไม่มี nofollow, sponsored หรือ ugc จะถูกเรียกว่า Followed หรือ Dofollow ในเครื่องมือ SEO อยู่แล้ว การใส่ rel="dofollow" ไม่ใช่วิธีมาตรฐานที่จำเป็น
Nofollow Backlink ช่วย SEO หรือไม่?
ไม่ควรรับประกันว่าจะส่ง Ranking Credit แบบเดียวกับ Followed Link แต่ยังช่วย Referral Traffic การมองเห็นแบรนด์ การค้นพบข้อมูล และอาจนำไปสู่การอ้างอิงเพิ่มเติมได้ Google ใช้ Attribute เหล่านี้เป็น Hint ในการวิเคราะห์ลิงก์
ลิงก์ Affiliate ควรใช้ Nofollow หรือ Sponsored?
ควรใช้ rel="sponsored" เพราะเป็นความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์และอธิบายวัตถุประสงค์ได้ตรงกว่า ระบบเดิมที่ใช้ Nofollow ยังใช้ได้ และสามารถใส่หลายค่าเป็น rel="sponsored nofollow" ได้
ลิงก์ในคอมเมนต์ควรเป็น UGC หรือ Nofollow?
ใช้ UGC เพื่อระบุว่าเป็นลิงก์จากผู้ใช้ได้โดยตรง และสามารถใช้ร่วมกับ Nofollow เป็น rel="ugc nofollow" หากต้องการ ระบบควรมีการกรองสแปมและตรวจสอบเนื้อหาควบคู่กัน
Sponsored Backlink เป็น Backlink ที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่?
ไม่ใช่ แม้ไม่ควรซื้อเพื่อควบคุมอันดับ แต่ Sponsored Link ยังสร้าง Traffic การรับรู้แบรนด์ ยอดขาย และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ประโยชน์ควรวัดจากผลทางการตลาด ไม่ใช่คาดหวัง Ranking Credit เพียงอย่างเดียว
ควรเปลี่ยน Nofollow Backlink ให้เป็น Dofollow หรือไม่?
ควรเปลี่ยนเฉพาะเมื่อความสัมพันธ์ของลิงก์เหมาะกับลิงก์ปกติ เช่น เป็น Editorial Citation จริงและไม่มีค่าตอบแทน ไม่ควรขอให้เว็บไซต์เปลี่ยน Sponsored หรือ UGC เป็น Followed เพื่อหวังผลด้านอันดับ เพราะ Attribute ควรสะท้อนที่มาของลิงก์อย่างถูกต้อง
สรุป
ประเภท Backlink ที่สำคัญตาม Link Attribute ได้แก่ Followed หรือ Dofollow, Nofollow, Sponsored และ UGC โดย Followed Link เป็นลิงก์ปกติที่ไม่ต้องใส่ Attribute เพิ่ม ส่วน Nofollow ใช้เมื่อไม่ต้องการรับรอง Sponsored ใช้กับลิงก์ที่มีค่าตอบแทน และ UGC ใช้กับลิงก์ที่ผู้ใช้งานเป็นผู้สร้าง
ไม่มีประเภทใดที่ควรถูกตัดสินจากคำว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” เพียงอย่างเดียว คุณค่าของลิงก์ขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ต้นทาง ความเกี่ยวข้อง ตำแหน่ง บริบท และเหตุผลที่เกิดลิงก์ กลยุทธ์ที่ยั่งยืนคือสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ ประชาสัมพันธ์กับแหล่งที่เกี่ยวข้อง และระบุ Link Attribute ให้ตรงกับความสัมพันธ์จริง แทนการสร้างลิงก์จำนวนมากเพื่อปั่นอันดับหรือคะแนนของเครื่องมือ SEO
แหล่งอ้างอิง
Google Search Central. Qualify your outbound links to Google. Google for Developers. https://developers.google.com/search/docs/crawling-indexing/qualify-outbound-links
Google Search Central. SEO Link Best Practices for Google. Google for Developers. https://developers.google.com/search/docs/crawling-indexing/links-crawlable
Google Search Central. Evolving “nofollow” – new ways to identify the nature of links. Google for Developers. https://developers.google.com/search/blog/2019/09/evolving-nofollow-new-ways-to-identify
อย่ารอช้า! ให้ KNmasters ดูแลธุรกิจของคุณวันนี้!
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากเริ่มใช้บริการกับ KNmasters เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ครบวงจร
- Facebook: KNmasters
- LINE: KNmasters
- Youtube: KNmasters
- Instagram: knmasters.official
- Tiktok: KNmasters.official
- Twitter: KNmasters Official
- Fastwork: KNmasters
- เว็บไซต์: www.knmasters.com
- แผนที่: KNmasters
- Digital Marketing
- 2026-08-05 01:53:29
บริการของเรา
พันธมิตรของเรา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ช่วยที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคง
หากคุณกำลังมองหาทีมที่เข้าใจธุรกิจของคุณจริงๆ และพร้อมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ KNmasters พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ และสร้างแนวทางที่เหมาะกับคุณ เราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์


