วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่ไม่ทำให้เว็บไซต์เสี่ยง

/
/
วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่ไม่ทำให้เว็บไซต์เสี่ยง
Advanced SEO & Backlink Strategy
หมวดหมู่:Digital Marketing

การทำ SEO สามารถช่วยให้เว็บไซต์เข้าถึงลูกค้าที่กำลังค้นหาสินค้า บริการ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจได้มากขึ้น แต่ผลลัพธ์ของ SEO ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคีย์เวิร์ดหรือ Backlink เพียงอย่างเดียว

วิธีการที่บริษัทรับทำ SEO เลือกใช้สามารถส่งผลต่อทั้งอันดับเว็บไซต์ ชื่อเสียงของแบรนด์ ประสบการณ์ของลูกค้า และรายได้ในระยะยาว

ผู้ให้บริการที่มีคุณภาพจะช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์ วางกลยุทธ์เนื้อหา แก้ไข Technical SEO และพัฒนาการมองเห็นอย่างเป็นระบบ ขณะที่ผู้ให้บริการบางรายอาจใช้ลิงก์สแปม เนื้อหาคุณภาพต่ำ หรือวิธีที่พยายามควบคุมอันดับอย่างผิดธรรมชาติ

เทคนิคเหล่านี้อาจทำให้อันดับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงแรก แต่เว็บไซต์อาจสูญเสีย Traffic ถูกลดอันดับ หรือได้รับผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในภายหลัง

บทความนี้ KNmasters จะอธิบายวิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่น่าเชื่อถือ พร้อมเช็กลิสต์ คำถามก่อนจ้าง และสัญญาณเตือนที่ช่วยให้ธุรกิจหลีกเลี่ยงบริการ SEO ที่อาจทำให้เว็บไซต์มีความเสี่ยง

หัวข้อ

บริษัทรับทำ SEO คืออะไร?

บริษัทรับทำ SEO คือผู้ให้บริการที่ช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ให้เครื่องมือค้นหาและผู้ใช้งานสามารถค้นพบ เข้าใจ และใช้งานเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น

ขอบเขตงานของบริษัท SEO อาจประกอบด้วย

  • วิเคราะห์เว็บไซต์และคู่แข่ง
  • วิจัยคีย์เวิร์ด
  • วางโครงสร้างเว็บไซต์
  • ปรับ Technical SEO
  • ปรับ On-page SEO
  • วางแผนและผลิตเนื้อหา
  • ปรับ Internal Link
  • พัฒนาความเร็วเว็บไซต์
  • ตรวจสอบการจัดทำดัชนี
  • วางกลยุทธ์ Local SEO
  • สร้างการกล่าวถึงและลิงก์จากเว็บไซต์อื่น
  • ติดตามอันดับและ Organic Traffic
  • วิเคราะห์ Conversion
  • จัดทำรายงานผล

บริษัท SEO ที่ดีไม่ควรมอง SEO เป็นเพียงการทำให้คีย์เวิร์ดขึ้นอันดับ แต่ควรเชื่อมโยงการค้นหากับเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น ยอดขาย การติดต่อ การจอง หรือการสมัครใช้บริการ

ทำไมต้องเลือกบริษัทรับทำ SEO อย่างระมัดระวัง?

การให้บริษัทภายนอกดูแล SEO หมายถึงการเปิดให้ผู้ให้บริการเข้าถึงทรัพย์สินดิจิทัลที่สำคัญของธุรกิจ เช่น

  • เว็บไซต์
  • ระบบจัดการเนื้อหา
  • Google Search Console
  • Google Analytics
  • Google Business Profile
  • โดเมน
  • Hosting
  • เนื้อหา
  • ข้อมูลลูกค้า
  • ระบบติดตาม Conversion

หากผู้ให้บริการใช้เทคนิคที่ไม่เหมาะสม ผลเสียอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่สามารถสะสมจนตรวจสอบและแก้ไขได้ยาก

ตัวอย่างความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • เว็บไซต์มี Backlink สแปมจำนวนมาก
  • มีบทความคุณภาพต่ำเผยแพร่หลายร้อยหน้า
  • ชื่อธุรกิจหรือเนื้อหาถูกยัดคีย์เวิร์ด
  • หน้าเว็บสำคัญถูกตั้งค่า Noindex
  • URL เปลี่ยนโดยไม่มี Redirect
  • เนื้อหาถูกคัดลอกจากเว็บไซต์อื่น
  • เว็บไซต์ถูกแทรกโค้ดที่ไม่ทราบที่มา
  • บัญชีสำคัญอยู่ในการควบคุมของเอเจนซี
  • Organic Traffic ลดลงหลังยกเลิกบริการ
  • เว็บไซต์ได้รับ Manual Action
  • หน้าเว็บบางส่วนหรือทั้งหมดหายจากผลการค้นหา

การเลือกบริษัท SEO จึงควรพิจารณามากกว่าราคาและคำสัญญาเรื่องอันดับ

บริษัทรับทำ SEO ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?

1. อธิบายกลยุทธ์ได้อย่างโปร่งใส

บริษัทควรอธิบายได้ว่าจะดำเนินงานด้านใด ใช้ข้อมูลอะไร และคาดหวังผลลัพธ์แบบไหน

ตัวอย่างคำอธิบายที่ควรได้รับ ได้แก่

  • เว็บไซต์มีปัญหาอะไร
  • ควรแก้ไขส่วนใดก่อน
  • เลือกคีย์เวิร์ดจากอะไร
  • จะวางโครงสร้างเนื้อหาอย่างไร
  • Backlink จะมาจากแหล่งใด
  • ใครเป็นผู้เขียนและตรวจสอบบทความ
  • จะวัดผลด้วยตัวชี้วัดอะไร
  • ลูกค้าต้องสนับสนุนข้อมูลใดบ้าง

หากบริษัทตอบเพียงว่าเป็น “เทคนิคลับ” หรือไม่สามารถเปิดเผยวิธีดำเนินงานได้ ธุรกิจควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

SEO ที่มีคุณภาพอาจมีขั้นตอน เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญเฉพาะ แต่ไม่ควรเป็นกระบวนการที่เจ้าของเว็บไซต์ไม่มีสิทธิ์รับรู้เลย

2. เริ่มต้นจากการวิเคราะห์เว็บไซต์

ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือควรศึกษาสภาพเว็บไซต์และธุรกิจก่อนเสนอแผนงาน

การวิเคราะห์เบื้องต้นอาจครอบคลุม

  • สถานะการ Crawl และ Index
  • โครงสร้าง URL
  • หน้าเว็บที่สร้าง Traffic
  • คีย์เวิร์ดปัจจุบัน
  • ปัญหาทางเทคนิค
  • ความเร็วและ Core Web Vitals
  • คุณภาพเนื้อหา
  • Internal Link
  • Backlink
  • คู่แข่ง
  • Search Intent
  • Conversion
  • ประวัติการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์

บริษัทที่เสนอแพ็กเกจเดียวกันให้ทุกธุรกิจโดยไม่ตรวจสอบเว็บไซต์ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงได้

3. เข้าใจธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย

บริษัท SEO ควรถามเกี่ยวกับ

  • สินค้าหรือบริการหลัก
  • กลุ่มลูกค้า
  • พื้นที่ให้บริการ
  • จุดแข็งของธุรกิจ
  • กระบวนการตัดสินใจซื้อ
  • มูลค่าของลูกค้าแต่ละราย
  • คู่แข่งทางธุรกิจ
  • เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว
  • ข้อจำกัดด้านกฎหมายหรืออุตสาหกรรม

การเลือกคีย์เวิร์ดที่มี Search Volume สูงแต่ไม่เกี่ยวข้องกับลูกค้า อาจเพิ่ม Traffic โดยไม่เพิ่มยอดขาย

กลยุทธ์ที่ดีจึงควรเริ่มจากเป้าหมายธุรกิจ ไม่ใช่เริ่มจากการผลิตบทความจำนวนมากโดยไม่มีทิศทาง

4. ไม่รับประกันอันดับหนึ่ง

ไม่มีบริษัท SEO ใดควรรับประกันอันดับหนึ่งบน Google ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากผู้ให้บริการไม่สามารถควบคุมระบบจัดอันดับ คู่แข่ง หรือการเปลี่ยนแปลงของผลการค้นหาได้ทั้งหมด

ข้อความที่ควรระวัง เช่น

  • รับประกันอันดับหนึ่งภายใน 30 วัน
  • ติดหน้าแรกทุกคีย์เวิร์ด
  • มีช่องทางพิเศษกับ Google
  • จ่ายเงินแล้ว Google จะจัดอันดับให้
  • ทำอันดับได้โดยไม่ต้องแก้เว็บไซต์
  • อันดับไม่ขึ้นไม่ต้องจ่าย แต่ไม่เปิดเผยวิธีทำ

บริษัทที่น่าเชื่อถือควรอธิบายเป้าหมายเป็นแนวโน้มและตัวชี้วัด เช่น

  • เพิ่มการมองเห็นในกลุ่มคีย์เวิร์ดเป้าหมาย
  • เพิ่ม Organic Traffic ที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่ม Leads หรือยอดขาย
  • ปรับปรุงจำนวนหน้าที่ได้รับการจัดทำดัชนี
  • ลดปัญหาทางเทคนิค
  • เพิ่ม Conversion จาก Organic Search

5. ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานจริง

SEO ไม่ควรถูกทำเพื่อเครื่องมือค้นหาเพียงอย่างเดียว เว็บไซต์ยังต้องตอบคำถาม ใช้งานง่าย และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้

บริษัทที่ดีควรสนใจ

  • คุณภาพและความถูกต้องของเนื้อหา
  • ความชัดเจนของข้อมูล
  • ประสบการณ์บนมือถือ
  • ความเร็วเว็บไซต์
  • การเข้าถึงข้อมูล
  • ความน่าเชื่อถือของผู้เขียน
  • การออกแบบเส้นทาง Conversion
  • ความปลอดภัย
  • ความสะดวกในการติดต่อ

หากกลยุทธ์เน้นแต่จำนวนคีย์เวิร์ดและจำนวนลิงก์ โดยไม่พูดถึงผู้ใช้งานเลย ควรตรวจสอบให้ละเอียด

6. ใช้คอนเทนต์ที่มีคุณค่าและตรวจสอบได้

บทความ SEO ไม่ควรเป็นเพียงการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นมาเปลี่ยนคำ หรือสร้างบทความจำนวนมากโดยไม่มีการตรวจสอบ

บริษัทควรมีขั้นตอนด้านเนื้อหา เช่น

  1. วิเคราะห์ Search Intent
  2. ศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  3. สัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลจากธุรกิจ
  4. วางโครงสร้างหัวข้อ
  5. เขียนเนื้อหาต้นฉบับ
  6. ตรวจสอบข้อเท็จจริง
  7. ตรวจแก้ภาษา
  8. เพิ่มภาพ ตาราง หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์
  9. ตรวจสอบ On-page SEO
  10. อัปเดตเนื้อหาเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

การใช้ AI ช่วยวางโครงสร้างหรือสนับสนุนการผลิตเนื้อหาไม่ใช่ปัญหาโดยอัตโนมัติ แต่บริษัทควรมีมนุษย์ตรวจสอบความถูกต้อง คุณภาพ และความเหมาะสมก่อนเผยแพร่

Backlink เป็นส่วนที่มีความเสี่ยงสูง หากบริษัทไม่เปิดเผยวิธีสร้างลิงก์

ก่อนจ้างควรถามว่า

  • ลิงก์จะมาจากเว็บไซต์ประเภทใด
  • เว็บไซต์เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่
  • เป็นบทความประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาหรือไม่
  • ใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์
  • ลูกค้าจะได้รับรายงาน URL หรือไม่
  • ใช้ PBN หรือไม่
  • ใช้โปรแกรมสร้างลิงก์หรือไม่
  • มีการแลกลิงก์จำนวนมากหรือไม่
  • ลิงก์จะยังอยู่หลังยกเลิกสัญญาหรือไม่
  • มีค่าต่ออายุพื้นที่ลิงก์หรือไม่

ผู้ให้บริการที่กล่าวเพียงว่า “ได้ Backlink คุณภาพสูง 500 ลิงก์” แต่ไม่เปิดเผยแหล่งที่มา ควรถูกตรวจสอบเป็นพิเศษ

ในหลายกรณี ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและมีผู้ใช้งานจริงเพียงไม่กี่ลิงก์อาจมีคุณค่ามากกว่าลิงก์คุณภาพต่ำจำนวนมาก

8. ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบัญชีและข้อมูล

ธุรกิจควรเป็นเจ้าของบัญชีสำคัญ เช่น

  • ชื่อโดเมน
  • Hosting
  • Google Search Console
  • Google Analytics
  • Google Tag Manager
  • Google Business Profile
  • ระบบจัดการเว็บไซต์
  • บัญชีโฆษณา
  • เครื่องมือวัด Conversion

บริษัท SEO ควรได้รับสิทธิ์ผ่านการเพิ่มผู้ใช้หรือผู้ดูแล ไม่ควรสร้างทุกบัญชีในชื่อของบริษัทแล้วปฏิเสธการส่งมอบเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ควรหลีกเลี่ยงการส่งรหัสผ่านหลักผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัย และควรเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนเมื่อระบบรองรับ

9. มีรายงานที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ

รายงาน SEO ที่ดีไม่ควรแสดงเพียงอันดับคีย์เวิร์ด

ควรมีตัวชี้วัดหลายด้าน เช่น

  • Organic Click
  • Organic Impression
  • Click-through Rate
  • คีย์เวิร์ดที่สร้าง Traffic
  • Landing Page ที่มีประสิทธิภาพ
  • จำนวน Leads
  • Conversion Rate
  • รายได้จาก Organic Search
  • การโทรหรือการจอง
  • ปัญหาการจัดทำดัชนี
  • Core Web Vitals
  • งานที่ดำเนินการแล้ว
  • งานที่วางแผนในเดือนถัดไป

บริษัทควรอธิบายได้ว่าตัวเลขเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร และควรดำเนินการต่ออย่างไร ไม่ใช่ส่งรายงานอัตโนมัติโดยไม่มีบทวิเคราะห์

10. กำหนดขอบเขตงานและความรับผิดชอบชัดเจน

ข้อเสนอและสัญญาควรระบุอย่างน้อยว่า

  • บริการครอบคลุมอะไร
  • จำนวนหน้าหรือบทความ
  • ผู้รับผิดชอบการแก้เว็บไซต์
  • ขั้นตอนอนุมัติเนื้อหา
  • ระยะเวลาของสัญญา
  • รอบรายงาน
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • สิทธิ์ในบทความและทรัพย์สิน
  • เงื่อนไขยกเลิกบริการ
  • ขั้นตอนส่งมอบบัญชี
  • การเก็บรักษาข้อมูล
  • วิธีรับมือเมื่ออันดับหรือ Traffic ลดลง

คำว่า “ทำ SEO ครบวงจร” กว้างเกินไป หากไม่มีรายละเอียดประกอบ

เช็กลิสต์วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO

ก่อนตัดสินใจ สามารถใช้เช็กลิสต์ต่อไปนี้ประเมินผู้ให้บริการได้

หัวข้อตรวจสอบสิ่งที่ควรเห็น
การวิเคราะห์เบื้องต้นตรวจเว็บไซต์และธุรกิจก่อนเสนอแผน
กลยุทธ์อธิบายขั้นตอนและเหตุผลได้
คีย์เวิร์ดเลือกตาม Search Intent และเป้าหมายธุรกิจ
เนื้อหามีการวิจัย ตรวจสอบ และเพิ่มคุณค่า
Technical SEOตรวจ Crawl, Index, Speed และโครงสร้าง
Backlinkเปิดเผยแนวทางและแหล่งที่มา
การรับประกันไม่รับประกันอันดับที่ควบคุมไม่ได้
บัญชีลูกค้าเป็นเจ้าของบัญชีและข้อมูล
รายงานวัด Traffic, Conversion และผลงานจริง
สัญญาระบุงาน ค่าใช้จ่าย และการยกเลิกชัดเจน
การสื่อสารมีผู้รับผิดชอบและตอบคำถามได้
ความเสี่ยงแจ้งข้อจำกัดและผลกระทบอย่างตรงไปตรงมา

บริษัทไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบทุกด้าน แต่ควรให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจและไม่หลีกเลี่ยงคำถามสำคัญ

คำถามที่ควรถามบริษัท SEO ก่อนเซ็นสัญญา

คำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์

  1. คุณจะเริ่มวิเคราะห์เว็บไซต์ของเราอย่างไร?
  2. ปัญหาหลักของเว็บไซต์ในปัจจุบันคืออะไร?
  3. คุณเลือกคีย์เวิร์ดจากเกณฑ์ใด?
  4. แผนระยะ 3, 6 และ 12 เดือนเป็นอย่างไร?
  5. งานใดควรทำก่อนและเพราะเหตุใด?
  6. กลยุทธ์ต่างจากคู่แข่งอย่างไร?
  7. จะเชื่อม SEO กับยอดขายหรือ Leads อย่างไร?

คำถามเกี่ยวกับเนื้อหา

  1. ใครเป็นผู้เขียนบทความ?
  2. นักเขียนมีความรู้ในอุตสาหกรรมหรือไม่?
  3. ใช้ AI ในขั้นตอนไหน?
  4. ใครตรวจสอบข้อเท็จจริง?
  5. ธุรกิจมีสิทธิ์อนุมัติก่อนเผยแพร่หรือไม่?
  6. บทความเป็นทรัพย์สินของใคร?
  7. มีแผนอัปเดตเนื้อหาเดิมหรือไม่?
  1. สร้างลิงก์ด้วยวิธีใด?
  2. ใช้ PBN หรือเว็บไซต์ในเครือหรือไม่?
  3. มีการซื้อพื้นที่ลิงก์หรือไม่?
  4. จะได้รับรายชื่อ URL ทั้งหมดหรือไม่?
  5. เว็บไซต์ที่ให้ลิงก์เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่?
  6. ลิงก์จะถูกลบเมื่อยกเลิกบริการหรือไม่?
  7. มีการใช้โปรแกรมโพสต์ลิงก์อัตโนมัติหรือไม่?
  8. ใช้ Anchor Text แบบใด?

คำถามเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบ

  1. ต้องการสิทธิ์เข้าถึงระบบใด?
  2. จำเป็นต้องเป็นผู้ดูแลระดับสูงหรือไม่?
  3. ลูกค้ายังคงเป็นเจ้าของบัญชีทั้งหมดหรือไม่?
  4. มีขั้นตอนรักษาความปลอดภัยอย่างไร?
  5. เมื่อเลิกสัญญาจะส่งมอบข้อมูลอะไรบ้าง?
  6. มีการสำรองข้อมูลก่อนแก้เว็บไซต์หรือไม่?

คำถามเกี่ยวกับการวัดผล

  1. ใช้ KPI อะไร?
  2. รายงานบ่อยแค่ไหน?
  3. วัด Leads และยอดขายได้หรือไม่?
  4. จะอธิบาย Attribution อย่างไร?
  5. หาก Traffic เพิ่มแต่ยอดขายไม่เพิ่ม จะดำเนินการอย่างไร?
  6. หากอันดับลดลง จะวิเคราะห์และแก้ไขอย่างไร?
  7. ลูกค้าสามารถเข้าดูข้อมูลดิบได้หรือไม่?

คำถามเกี่ยวกับสัญญาและค่าใช้จ่าย

  1. ค่าใช้จ่ายครอบคลุมอะไรบ้าง?
  2. มีค่าเขียนบทความหรือค่าพัฒนาเพิ่มเติมหรือไม่?
  3. มีค่าซื้อสื่อหรือค่าลิงก์แยกหรือไม่?
  4. สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน?
  5. ยกเลิกก่อนกำหนดได้หรือไม่?
  6. งานและข้อมูลที่ทำแล้วเป็นของใคร?
  7. มีค่าใช้จ่ายในการส่งมอบหรือย้ายระบบหรือไม่?

สัญญาณเตือนว่าบริษัท SEO อาจทำให้เว็บไซต์เสี่ยง

รับประกันอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน

อันดับบนผลการค้นหาไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด บริษัทจึงไม่ควรรับประกันอันดับเฉพาะตำแหน่งในเวลาที่ตายตัว

อ้างว่ารู้จักพนักงาน Google หรือมีช่องทางพิเศษ

Google ไม่ขายอันดับแบบ Organic และไม่มีผู้ให้บริการภายนอกที่สามารถสั่งให้ระบบจัดอันดับเว็บไซต์ได้ตามต้องการ

ไม่ยอมเปิดเผยวิธีทำงาน

การไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือระบบภายในของบริษัทเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่เจ้าของเว็บไซต์ควรรู้ว่าเว็บไซต์ของตนจะถูกแก้ไขและสร้างลิงก์ด้วยวิธีใด

แพ็กเกจที่เสนอ Backlink หลายร้อยหรือหลายพันลิงก์ในเวลาสั้น โดยไม่อธิบายแหล่งที่มา มีความเสี่ยงสูง

ใช้ PBN โดยไม่แจ้งลูกค้า

หากบริษัทใช้เว็บไซต์ในเครือเพื่อส่งลิงก์ ควรเปิดเผยความสัมพันธ์และความเสี่ยง ไม่ควรทำโดยที่ลูกค้าไม่รับรู้

สร้างบทความจำนวนมากผิดปกติ

การผลิตบทความหลายร้อยหน้าต่อเดือนโดยไม่มีนักเขียนหรือกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน อาจทำให้เว็บไซต์เต็มไปด้วยข้อมูลซ้ำ ผิด หรือไม่มีคุณค่า

ขอสิทธิ์เป็นเจ้าของบัญชีหลัก

ผู้ให้บริการควรได้รับสิทธิ์เท่าที่จำเป็น แต่ไม่ควรยึดครองโดเมน Hosting หรือบัญชี Google หลักของธุรกิจ

ใช้ชื่อธุรกิจหรือหน้าเว็บปลอม

การสร้างสาขา สถานที่ รีวิว หรือข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงอาจทำให้โปรไฟล์ธุรกิจและชื่อเสียงของบริษัทมีความเสี่ยง

ไม่พูดถึง Conversion

หากบริษัทสนใจเพียงอันดับแต่ไม่ถามถึงยอดขาย ลูกค้า และเป้าหมายธุรกิจ กลยุทธ์อาจไม่ได้ตอบโจทย์ที่แท้จริง

ไม่มีแผนรับมือเมื่อ Traffic ลดลง

SEO มีความผันผวน บริษัทควรอธิบายได้ว่าจะตรวจสอบ Technical Issue, Content, Search Intent, คู่แข่ง และการเปลี่ยนแปลงของระบบอย่างไร

เทคนิค SEO ที่ควรระวัง

การซื้อลิงก์เพื่อส่งผลต่ออันดับ

การซื้อบทความประชาสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องผิดในตัวเอง แต่หากจ่ายเงินเพื่อรับลิงก์ที่มีเป้าหมายควบคุมอันดับโดยไม่กำกับความสัมพันธ์อย่างเหมาะสม อาจสร้างความเสี่ยงได้

Private Blog Network หรือ PBN

PBN คือเครือข่ายเว็บไซต์ที่สร้างหรือควบคุมขึ้นเพื่อส่ง Backlink ไปยังเว็บไซต์เป้าหมาย

แม้ผู้ให้บริการบางรายจะกล่าวว่าเครือข่ายมีคุณภาพ แต่ธุรกิจควรถามว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีผู้ใช้งานและคุณค่าเป็นของตนเองจริงหรือถูกสร้างมาเพื่อลิงก์เท่านั้น

Content Spinning

การนำบทความเดิมมาเปลี่ยนคำ สลับประโยค หรือผลิตหลายเวอร์ชันโดยไม่ได้เพิ่มคุณค่า อาจทำให้เว็บไซต์มีเนื้อหาคุณภาพต่ำและไม่น่าเชื่อถือ

Keyword Stuffing

การยัดคีย์เวิร์ดลงในชื่อ หัวข้อ เนื้อหา หรือ Anchor Text มากเกินไปทำให้บทความอ่านไม่เป็นธรรมชาติและลดประสบการณ์ผู้ใช้

Cloaking

Cloaking คือการแสดงเนื้อหาต่างกันให้เครื่องมือค้นหาและผู้ใช้ ถือเป็นเทคนิคที่มีความเสี่ยงสูงและไม่ควรใช้กับเว็บไซต์ธุรกิจ

การสร้างหน้าเมืองหรือจังหวัดจำนวนมาก

การสร้างหน้าแยกหลายร้อยหน้า โดยเปลี่ยนเพียงชื่อพื้นที่แต่ใช้เนื้อหาเหมือนกัน อาจทำให้เกิดหน้าเว็บที่ไม่มีคุณค่า

แต่ละหน้าควรมีข้อมูลเฉพาะ เช่น ทีมงาน สาขา ผลงาน พื้นที่บริการ รีวิว และข้อมูลท้องถิ่นที่ตรวจสอบได้

รีวิวปลอม

การซื้อรีวิว สร้างบัญชีปลอม หรือเขียนรีวิวให้ลูกค้าเองอาจขัดกับนโยบายแพลตฟอร์มและลดความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

การใช้โดเมนหมดอายุเพื่อควบคุมอันดับ

โดเมนเก่าสามารถนำมาพัฒนาเป็นเว็บไซต์ใหม่ได้ แต่ควรระวังการใช้ประวัติและ Backlink เดิมเพียงเพื่อควบคุมอันดับ โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิม

บริษัท SEO ควรทำอะไรในช่วงเดือนแรก?

งานในเดือนแรกอาจแตกต่างกันตามเว็บไซต์ แต่โดยทั่วไปควรครอบคลุมการเก็บข้อมูลและวางรากฐาน

สัปดาห์ที่ 1: ทำความเข้าใจธุรกิจ

  • ประชุมเก็บ Requirement
  • ระบุสินค้าและบริการหลัก
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
  • ทบทวนเป้าหมายธุรกิจ
  • ตั้งค่าการเข้าถึงระบบ
  • ตรวจสอบ Analytics และ Conversion

สัปดาห์ที่ 2: ตรวจสอบเว็บไซต์

  • Technical SEO Audit
  • ตรวจสถานะ Index
  • วิเคราะห์โครงสร้างเว็บไซต์
  • ตรวจ Core Web Vitals
  • วิเคราะห์เนื้อหา
  • ตรวจ Backlink
  • ตรวจคู่แข่ง

สัปดาห์ที่ 3: วางกลยุทธ์

  • Keyword Research
  • Search Intent Mapping
  • Content Gap Analysis
  • วาง Topic Cluster
  • จัดลำดับ Technical Fix
  • กำหนด KPI
  • จัดทำ Roadmap

สัปดาห์ที่ 4: เริ่มดำเนินงาน

  • แก้ปัญหาเร่งด่วน
  • ปรับหน้าสำคัญ
  • สร้าง Content Brief
  • วางระบบรายงาน
  • กำหนดขั้นตอนตรวจและอนุมัติ
  • สรุป Baseline ก่อนเริ่มงาน

ไม่ควรคาดหวังว่าเว็บไซต์ทุกแห่งจะเห็นอันดับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนภายในเดือนแรก เพราะบางโครงการต้องแก้ปัญหาพื้นฐานก่อน

ควรจ้างบริษัท SEO นานแค่ไหน?

SEO เป็นงานต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจต้องผูกสัญญาระยะยาวโดยไม่มีเงื่อนไข

ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ

  • สภาพเว็บไซต์
  • อายุโดเมน
  • การแข่งขัน
  • ปริมาณเนื้อหา
  • ทรัพยากรของธุรกิจ
  • ความเร็วในการอนุมัติงาน
  • ปัญหาทางเทคนิค
  • ประวัติ SEO
  • งบประมาณ

ก่อนเซ็นสัญญา ควรพิจารณาว่ามี

  • เป้าหมายรายไตรมาส
  • ผลงานส่งมอบแต่ละเดือน
  • จุดทบทวนสัญญา
  • เงื่อนไขยกเลิกที่เป็นธรรม
  • สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตลอดเวลา
  • ขั้นตอนส่งมอบเมื่อสิ้นสุดบริการ

ราคาทำ SEO ควรพิจารณาจากอะไร?

ราคาบริการ SEO อาจแตกต่างกันมาก เพราะขอบเขตงานไม่เหมือนกัน

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ได้แก่

  • ขนาดเว็บไซต์
  • จำนวนสินค้าและบริการ
  • ระดับการแข่งขัน
  • จำนวนพื้นที่หรือสาขา
  • ปริมาณงานเทคนิค
  • จำนวนบทความ
  • คุณภาพและความเชี่ยวชาญของนักเขียน
  • งานพัฒนาเว็บไซต์
  • งาน Digital PR
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูล
  • ความถี่ของรายงานและการประชุม
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะอุตสาหกรรม

ไม่ควรเลือกแพ็กเกจที่ถูกที่สุดโดยดูเพียงจำนวนคีย์เวิร์ดหรือจำนวนบทความ

ควรเปรียบเทียบสิ่งที่ได้รับจริง เช่น

ประเด็นสิ่งที่ควรตรวจสอบ
Auditตรวจเฉพาะหน้าแรกหรือทั้งเว็บไซต์
Technical SEOแค่แจ้งปัญหาหรือรวมการแก้ไข
Contentจำนวนคำหรือคุณภาพและการวิจัย
Backlinkจำนวนลิงก์หรือความเกี่ยวข้องของเว็บไซต์
Reportingรายงานอัตโนมัติหรือมีบทวิเคราะห์
Conversionตั้งค่าและติดตามหรือไม่
Ownershipลูกค้าเป็นเจ้าของเนื้อหาและบัญชีหรือไม่

บริการราคาต่ำอาจเหมาะกับธุรกิจบางประเภท แต่ต้องแน่ใจว่าไม่ได้ลดต้นทุนด้วยการใช้เนื้อหาอัตโนมัติคุณภาพต่ำหรือลิงก์สแปม

บริษัท SEO ควรรับประกันอะไรได้บ้าง?

บริษัทไม่ควรรับประกันอันดับ แต่สามารถรับประกันเรื่องกระบวนการและการส่งมอบได้ เช่น

  • ดำเนินงานตามขอบเขตที่ตกลง
  • ส่งรายงานตามกำหนด
  • แจ้งการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์
  • สำรองข้อมูลก่อนแก้ไข
  • ใช้วิธีที่เปิดเผย
  • ไม่ซื้อหรือสร้างลิงก์โดยไม่ได้รับอนุมัติ
  • ไม่เผยแพร่เนื้อหาโดยไม่ผ่านขั้นตอนตรวจ
  • รักษาความลับและความปลอดภัย
  • ส่งมอบบัญชีและข้อมูลเมื่อสิ้นสุดสัญญา
  • แจ้งความเสี่ยงเมื่อพบปัญหา

การรับประกันกระบวนการที่ตรวจสอบได้มีความน่าเชื่อถือกว่าการรับประกันอันดับที่ไม่สามารถควบคุมได้

วิธีตรวจสอบผลงานบริษัทรับทำ SEO

ดูกรณีศึกษาอย่างมีวิจารณญาณ

Case Study ที่ดีควรอธิบาย

  • สภาพก่อนเริ่มงาน
  • ปัญหาที่พบ
  • กลยุทธ์ที่ใช้
  • ระยะเวลาดำเนินงาน
  • ผลลัพธ์
  • ข้อจำกัด
  • ตัวชี้วัดทางธุรกิจ

ภาพกราฟที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ระบุเว็บไซต์ ช่วงเวลา หรือสิ่งที่ดำเนินการ อาจยังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ

ขอข้อมูลอ้างอิงจากลูกค้าเดิม

สอบถามเรื่อง

  • การสื่อสาร
  • ความโปร่งใส
  • คุณภาพงาน
  • ความตรงต่อเวลา
  • การรับมือเมื่อเกิดปัญหา
  • การส่งมอบบัญชี
  • ความสอดคล้องของผลลัพธ์กับคำเสนอ

ควรเคารพข้อตกลงรักษาความลับ เพราะบริษัทอาจไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อลูกค้าบางรายได้

ตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัท

เว็บไซต์ของผู้ให้บริการไม่จำเป็นต้องติดอันดับทุกคีย์เวิร์ด แต่ควรมีข้อมูลที่แสดงถึงความรู้และความรับผิดชอบ เช่น

  • ข้อมูลบริษัท
  • ช่องทางติดต่อ
  • บริการและขอบเขตงาน
  • บทความที่มีคุณภาพ
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • เงื่อนไขการให้บริการ
  • ผู้เขียนหรือทีมงาน
  • ผลงานที่ตรวจสอบได้

ประเมินจากการพูดคุย

ผู้เชี่ยวชาญที่ดีควรอธิบายเรื่องซับซ้อนให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจได้ และกล้าตอบว่า “ยังสรุปไม่ได้จนกว่าจะตรวจสอบข้อมูล” เมื่อไม่มีข้อมูลเพียงพอ

การตอบทุกอย่างอย่างมั่นใจโดยไม่มีการตรวจสอบไม่ได้แปลว่ามีความเชี่ยวชาญเสมอไป

วิธีเปลี่ยนบริษัท SEO โดยลดความเสี่ยง

หากต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการ ควรวางแผนส่งมอบก่อนยุติสัญญา

รายการที่ควรขอรับ

  • รายงานงานทั้งหมด
  • รายชื่อ URL ที่สร้างหรือแก้ไข
  • รายชื่อ Backlink
  • Content Brief และบทความ
  • สิทธิ์เข้าถึงบัญชี
  • ไฟล์ตั้งค่าและเอกสาร
  • รายการ Redirect
  • การตั้งค่า Tracking
  • รายการ Plugin หรือ Script ที่เพิ่ม
  • ประวัติการแก้ไขสำคัญ
  • Roadmap ที่ยังไม่ดำเนินการ

ขั้นตอนด้านความปลอดภัย

  • เปลี่ยนรหัสผ่าน
  • ถอนสิทธิ์ผู้ใช้ที่ไม่จำเป็น
  • ตรวจสอบเจ้าของบัญชี
  • เปิดการยืนยันหลายขั้นตอน
  • สำรองเว็บไซต์
  • ตรวจสอบ Tag Manager
  • ตรวจสอบ Search Console
  • ตรวจสอบ DNS และโดเมน
  • ตรวจสอบผู้ดูแล Google Business Profile
  • ตรวจสอบโค้ดและ Plugin ที่ไม่รู้จัก

ไม่ควรลบทุกอย่างที่บริษัทเดิมทำทันทีโดยไม่มีการตรวจสอบ เพราะอาจกระทบหน้าเว็บที่สร้าง Traffic และ Redirect สำคัญ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกบริษัทรับทำ SEO

ควรเลือกบริษัทรับทำ SEO จากอันดับเว็บไซต์ของบริษัทหรือไม่?

อันดับของบริษัทเป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียว บางบริษัทเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะหรือทำงานแบบ Referral โดยไม่ได้เน้นจัดอันดับเว็บไซต์ของตนเอง ควรประเมินกระบวนการ ผลงาน ความโปร่งใส และความเข้าใจธุรกิจร่วมด้วย

บริษัท SEO สามารถรับประกันอันดับหนึ่งได้หรือไม่?

ไม่ควรรับประกัน เพราะไม่มีบริษัทภายนอกสามารถควบคุมระบบจัดอันดับของ Google ได้ทั้งหมด ควรระวังผู้ให้บริการที่รับประกันอันดับเฉพาะตำแหน่งและระยะเวลาตายตัว

ต้องทำ SEO กี่เดือนจึงจะเห็นผล?

ไม่มีระยะเวลาที่ใช้ได้กับทุกเว็บไซต์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการแข่งขัน สภาพเว็บไซต์ เนื้อหา ทรัพยากร และประวัติของโดเมน ควรกำหนดเป้าหมายและจุดประเมินเป็นระยะมากกว่าคาดหวังผลทันที

บริษัท SEO ราคาถูกเชื่อถือได้หรือไม่?

ราคาไม่สามารถบอกคุณภาพได้โดยตรง แต่ควรตรวจสอบว่าต้นทุนครอบคลุมงานใด หากราคาต่ำผิดปกติพร้อมเสนอเนื้อหาและ Backlink จำนวนมาก ควรถามถึงขั้นตอนและแหล่งที่มาอย่างละเอียด

ควรจ่ายค่าทำ SEO รายเดือนหรือเป็นโครงการ?

ขึ้นอยู่กับงาน การ Audit หรือย้ายเว็บไซต์อาจคิดเป็นโครงการ ส่วนการพัฒนาเนื้อหา ติดตามผล และปรับปรุงต่อเนื่องมักเหมาะกับรายเดือน ควรเลือกจากขอบเขต ไม่ใช่รูปแบบราคาเพียงอย่างเดียว

ต้องให้บริษัท SEO เข้าถึงเว็บไซต์หรือไม่?

งานบางส่วนจำเป็นต้องเข้าถึงระบบ แต่ควรให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น ใช้บัญชีแยก และเก็บสิทธิ์เจ้าของไว้กับธุรกิจ ไม่ควรส่งรหัสผ่านหลักหากระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้ได้

สามารถเริ่มจาก Technical SEO, Content, Internal Link และประสบการณ์ผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีปัญหาพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การกล่าวถึงและลิงก์ที่มีคุณภาพยังสามารถช่วยเพิ่มการค้นพบและความน่าเชื่อถือในหลายตลาด

ควรอนุญาตให้บริษัทใช้ PBN หรือไม่?

ธุรกิจควรเข้าใจว่าลิงก์จากเครือข่ายที่ควบคุมเพื่อเพิ่มอันดับมีความเสี่ยง หากเว็บไซต์เป็นทรัพย์สินระยะยาว ควรเลือกวิธีสร้างชื่อเสียงและลิงก์ที่มีความโปร่งใสมากกว่า

ใช้ AI เขียนบทความ SEO ได้หรือไม่?

ใช้เป็นเครื่องมือช่วยได้ แต่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง คุณภาพ ความเป็นต้นฉบับ และประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่ควรสร้างบทความจำนวนมากเพื่อจับคีย์เวิร์ดโดยไม่เพิ่มคุณค่า

หากผู้ให้บริการมีงานสร้างลิงก์ ลูกค้าควรรู้ว่าได้ลิงก์จากที่ใด รูปแบบใด และมีค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขต่อเนื่องหรือไม่

ควรวัดความสำเร็จของ SEO จากอะไร?

ควรดูทั้ง Organic Traffic, Search Visibility, Leads, Conversion, รายได้ และคุณภาพของผู้เข้าชม ไม่ควรตัดสินจากอันดับหรือจำนวนบทความเพียงอย่างเดียว

บริษัท SEO ควรมีใบรับรองจาก Google หรือไม่?

ไม่มีใบรับรองอย่างเป็นทางการที่ทำให้บริษัทได้รับสิทธิ์พิเศษในการจัดอันดับแบบ Organic ใบรับรองด้าน Google Ads หรือ Analytics สามารถแสดงความรู้ด้านเครื่องมือนั้นได้ แต่ไม่ได้รับประกันคุณภาพ SEO

หากเว็บไซต์ได้รับ Manual Action ควรทำอย่างไร?

ควรตรวจสอบรายงานใน Google Search Console ระบุปัญหา แก้ไขการละเมิดอย่างครอบคลุม และส่งคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อมั่นใจว่าแก้ปัญหาแล้ว ไม่ควรส่งคำขอโดยที่ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขจริง

สรุป

วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่ไม่ทำให้เว็บไซต์เสี่ยง ควรเริ่มจากการพิจารณาความโปร่งใส ความเข้าใจธุรกิจ คุณภาพของกระบวนการ และสิทธิ์ในการควบคุมทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้า

บริษัท SEO ที่น่าเชื่อถือควร

  • วิเคราะห์เว็บไซต์ก่อนเสนอแผน
  • อธิบายกลยุทธ์ได้
  • ไม่รับประกันอันดับหนึ่ง
  • ให้ความสำคัญกับผู้ใช้และยอดขาย
  • ผลิตเนื้อหาที่มีคุณค่า
  • เปิดเผยวิธีสร้าง Backlink
  • ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบัญชี
  • รายงานผลอย่างตรวจสอบได้
  • แจ้งความเสี่ยงตามความเป็นจริง
  • มีขอบเขตงานและเงื่อนไขสัญญาชัดเจน

ในทางกลับกัน ธุรกิจควรระวังผู้ให้บริการที่ขาย Backlink จำนวนมาก ใช้คำว่าเทคนิคลับ รับประกันอันดับ สร้างบทความจำนวนมากผิดปกติ หรือปฏิเสธที่จะเปิดเผยสิ่งที่ทำกับเว็บไซต์

SEO ที่ดีไม่ใช่การหาช่องทางลัดให้ระบบจัดอันดับ แต่คือการทำให้เว็บไซต์มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีโครงสร้างที่เครื่องมือค้นหาเข้าใจได้ และช่วยให้ลูกค้าดำเนินการตามเป้าหมายได้สะดวกขึ้น

การเลือกบริษัท SEO อย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา ความผันผวนของ Traffic และความเสี่ยงต่อชื่อเสียงของธุรกิจในระยะยาว

ให้ KNmasters ช่วยวางแผน SEO อย่างโปร่งใสและยั่งยืน

การทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพต้องเชื่อมโยง Technical SEO, Content, User Experience, Data และเป้าหมายทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

KNmasters พร้อมช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยง วางโครงสร้างเนื้อหา และพัฒนากลยุทธ์ SEO ที่สามารถอธิบายและตรวจสอบได้

เราให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างโปร่งใส ไม่รับประกันอันดับที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ และมุ่งสร้างรากฐานที่ช่วยให้เว็บไซต์เพิ่มการมองเห็น ความน่าเชื่อถือ และโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ติดต่อ KNmasters เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นและประเมินแนวทาง SEO ที่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ

อย่ารอช้า! ให้ KNmasters ดูแลธุรกิจของคุณวันนี้!

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากเริ่มใช้บริการกับ KNmasters เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

Logo KNmasters

SEO สำหรับธุรกิจ B2B สร้างลูกค้าคุณภาพจาก Search E...

SEO สำหรับธุรกิจ B2B ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google หรือเพ...
Logo KNmasters

วิธีทำ SEO สำหรับอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มลีดโดยไม่ต้อ...

ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปี การพึ่งพา Facebook Ads, Google Ad...
Logo KNmasters

เทคนิค SEO สำหรับคลินิกความงาม ดันลูกค้าใหม่จาก Go...

ก่อนตัดสินใจใช้บริการด้านความงาม ลูกค้าจำนวนมากเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลบน Googl...
russia-moscow-october-18-2020-close-up-google-applications-android-smartphone-including-google-gmail-maps-youtube

วิธีเพิ่มรีวิว Google Maps อย่างถูกต้อง เพิ่มความน...

รีวิว Google Maps เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ประเมินความน่าเชื่อถือ คุณภาพสิ...
russia-moscow-october-18-2020-close-up-google-applications-android-smartphone-including-google-gmail-maps-youtube

วิธีเปลี่ยนชื่อร้านบน Google Maps อัปเดตล่าสุด พร้...

การเปลี่ยนชื่อร้านบน Google Maps สามารถทำได้ผ่าน Google Business Profile เมื่อธุ...
KNMASTERS

ผู้ช่วยที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคง

หากคุณกำลังมองหาทีมที่เข้าใจธุรกิจของคุณจริงๆ และพร้อมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ KNmasters พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ และสร้างแนวทางที่เหมาะกับคุณ เราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์